SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


รวมหนังซูเปอร์ฮีโร่น่าดู ในปี 2019-2020


HIGHLIGHTS

 

-  ศึกหนังซูเปอร์ฮีโร่ปีนี้ ดูเหมือนค่ายมาร์เวล จะชนะใสๆอยู่แล้ว เพราะมี Avengers ภาคใหม่ แต่ความน่าสนใจคือ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป มาร์เวลยังไม่ยอมเฉลยเลยว่า ตัวเองจะมีหนังอะไร ฉายตอนไหนบ้าง มีเพียงข่าวลือเท่านั้น ในขณะที่ค่ายคู่แข่งอย่าง ดีซี วางหมากรอไว้แล้ว ทั้งหนังเดี่ยว Batman, หนังต้นกำเนิด Joker, ภาคต่อของ Wonder Woman และภาคใหม่ของ  Suicide Squad ซึ่งถือว่าเป็น Line Up ที่แข็งแรงใช้ได้เลยทีเดียว

 

- ศึกข้ามค่ายเริ่มสนุกมากขึ้นอีกครั้ง เมื่อค่าย DC เดินหน้า ชักชวนให้ผู้กำกับฝีมือดี อย่าง เจมส์ กันน์ มาทำหน้าที่กำกับภาคต่อของ Suicide Squad หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กันน์ มีแพลนต้องกำกับ Guardians of the Galaxy ภาค 3 ให้กับทางมาร์เวล แต่เจอข่าวฉาวเสียก่อน เมื่อข้อความในทวิตเตอร์ที่ไม่เหมาะสมเมื่อหลายปีก่อน ถูกขุดขึ้นมา ทำให้ดิสนีย์ต้องตัดใจ ไล่ผู้กำกับคนนี้ออก ท่ามกลางเสียงค้านของแฟนๆ ที่เห็นว่าเรื่องดังกล่าวช่างเล็กน้อยเสียเหลือเกิน

 

- ปีนี้ ถือว่าเป็นปีสุดท้าย ที่เราจะได้ดูหนัง X-Men ภายใต้การสร้างของ ทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ ก่อนที่ลิขสิทธิ์ตัวละครทั้งหมด จะไปตกอยู่ในมือของ เควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวลสตูดิโอ หรือนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่มาร์เวลยังไม่ยอมเผย Line Up ในอนาคตออกมา เพราะอาจจะมีตัวละครเจ๋งๆในจักรวาลเอ็กซ์เมน มารวมในจักรวาลมาร์เวล ในเวลาอันใกล้ ก็เป็นอันได้


***************

เราอยู่ในยุคที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ครองโลกครับ เฉพาะปีที่แล้ว Top 5 หนังทำเงินสูงสุดในอเมริกา ปรากฏว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ มากถึง 4 เรื่อง นั่นคือ Black Panther, Avengers : Infinity War Incredibles 2 และ Aquaman (และแถมด้วย Deadpool 2 อีกเรื่องที่อยู่ในอันดับ 6) และดูเหมือนว่า กระแสความนิยมของหนังแนวนี้ ไม่มีวี่แววจะแผ่วลงเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ


***************

          ถ้ามองภาพรวมของหนังแนวนี้ จะมีผู้เล่นจริงๆอยู่ประมาณ 4 เจ้าครับ ประกอบด้วย ดิสนีย์ ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนังมาร์เวลแทบทั้งหมด (ยกเว้น X-Men และ Spider-Man), ทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ เจ้าของสิทธิ์หนัง X-Men, โซนี่ เจ้าของสิทธิ์ตัวละครในเครือ Spider-Man และวอร์เนอร์ ที่เหมารวมฮีโร่จากค่ายดีซีทั้งหมด


*****************

 

          สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้ก็คือ ดิสนีย์ กำลังจะปิดเรื่องราวของ Avengers ด้วยภาคใหม่ Endgame ซึ่งคนดูแทบไม่รู้เลยว่า ทิศทางหนังในจักรวาลมาร์เวลหลังจากนี้จะไปทางไหน แต่ดิสนีย์เองก็กำลังจะควบรวมกับ ฟ็อกซ์ ทำให้ตัวละครในเครือ X-Men ทั้งหมด (รวมถึง Deadpool) มาอยู่ในมือของตนเอง ดังนั้น อนาคตจะเป็นอย่างไร, ส่วนทางโซนี่ที่มีสิทธิ์ตัวละครในจักรวาลไอ้แมงมุม ก็ดูเหมือนจะค่อยๆขยายจักรวาลของตัวเองได้สำเร็จแล้ว หลัง Venom กวาดรายได้มากเกินคาดเมื่อปีที่แล้ว และวอร์เนอร์ ที่แม้ Justice League จะกระท่อนกระแท่น แต่ปีที่แล้วก็ปิดท้ายปีด้วย Aquaman ที่ประสบความสำเร็จระดับมหาศาล

 

          ดังนั้น อนาคตของหนังซูเปอร์ฮีโร่ ถือว่าน่าตื่นเต้นและน่าจับตามองอยู่ไม่น้อยครับ คอลัมภ์ So Watch ในสัปดาห์นี้ เลยขอรวบรวมหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้ มาแนะนำกัน ถ้าดูเฉพาะแค่ปี 2019-2021 มีหนังแนวนี้รอคิวฉาย มากถึงเกือบ 20 เรื่องเลยทีเดียว ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันครับ

 

***************

 

Captain Marvel (เข้าฉาย 6 มีนาคม 2019)


          นี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกที่เราจะได้ดูกันปีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นหนังฮีโร่หญิงเดี่ยวเรื่องแรกของค่ายมาร์เวลเท่านั้น แต่เป็นเหมือนกุญแจสำคัญ ที่จะเชื่อมระหว่าง Avengers : Infinity War ไปยังหนังภาคต่อไปนั่นคือ Avengers : Endgame ซึ่งถ้าใครได้ติดตามฉากแถมช่วง End Credit ของหนัง ก็จะได้เห็นฉากที่ นิค ฟิวรี่ (รับบทโดย แซมมวล แอล.แจ็คสัน) กำลังกดเพจเจอร์เรียกหาใครบางคน ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายกลายเป็นฝุ่นไป นั่นก็คือ การส่งสัญญาณของความช่วยเหลือ ไปหา กัปตันมาร์เวล นั่นเอง

 

          โดยในหนัง Captain Marvel จะพาเราย้อนกลับไปในปี 1995 ช่วงเวลาก่อนหนังมาร์เวลทั้งหมด (ยกเว้น Captain America ภาคแรกที่เล่าเรื่องราวในยุค 40) พาดูเหตุการณ์ว่า ทำไมนักบินสาวอย่าง คารอล เดนเวอร์ กลายมาเป็น กัปตันมาร์เวล ซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในจักรวาล สำหรับความน่าตื่นตาของหนัง นอกจากจะได้ นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง บรี ลาห์สัน จากเรื่อง Room มารับบทนำแล้ว เราจะได้เจอตัวละครที่คุ้นเคยมากมายอีกด้วย (ในวัยที่ละอ่อนมากกว่าปัจจุบัน) ทั้ง แซมมวล แอล.แจ็คสัน ก็กลับมารับบท นิค ฟิวรี่ ที่ทางมาร์เวล ต้องใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิก ทำให้เขาดูเด็กลงกว่าตัวจริง นอกจากนี้ยังมี คลาร์ก เกร็ก มารับบทเป็น จนท.ฟิว โคลสัน, ลี เพซ กลับมารับบทเป็น โรแนน, จีมอน ฮอนชู กลับมารับบทเป็น โคแรท (ซึ่งสองตัวละครหลัง เคยปรากฏตัวใน Guardians of the Galaxy มาแล้ว)

 

          แม้ว่า Captain Marvel จะเป็นตัวละครใหม่ ที่คอหนังอาจจะไม่รู้จักมาก่อน แต่นักวิเคราะห์ก็มองว่า หนังมีโอกาสทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาสูงถึง 140-180 ล้านเหรียญฯ ด้วยพลังแฟนคลับของค่ายมาร์เวล รวมถึงการโปรโมตว่า นี่เป็นหนังที่ไม่ควรพลาด เพราะจะเป็นการเชื่อม ระหว่างหนัง Avengers ทั้งสองภาค เพราะเชื่อกันว่า กัปตันมาร์เวล จะมีบทบาทสำคัญในการสู้กับ ธานอส ในหนัง Avengers : Endgame อย่างแน่นอน

***************

Shazam ! (เข้าฉาย 4 เมษายน 2019)


          หลังจากความสำเร็จของ Aquaman ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องต่อไปจากค่ายดีซี ที่เราจะได้ดูกัน ก็คือเรื่องนี้ เล่าเรื่องราวของ บิลลี่ แบตสัน เด็กหนุ่มวัย 14 ปีที่ได้รับพลังพิเศษจากพ่อมด เมื่อเขาตะโกนคำว่า Shazam ! เขาจะกลายร่างเป็นผู้ใหญ่ที่มีพละกำลังแข็งแรง ในระดับซูเปอร์ฮีโร่

 

          แต่ความพีคของหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้คือ สำหรับแฟนคอมมิคน่าจะพอทราบกันว่า แท้ที่จริงแล้ว ตัวละครชาแซม มีชื่อจริงๆว่า กัปตันมาร์เวล (ใช่ครับ เหมือนกับหนังเรื่องตะกี้ ของค่ายคู่แข่งเลย) แต่เพื่อป้องกันการสับสนกับหนังอีกเรื่อง ซึ่งจะเข้าฉายไล่เลี่ยกันด้วย ทางค่ายดีซี เลยตัดสินใจลืมชื่อดังกล่าวไปเสีย แล้วยึดกับคำว่า Shazam ! จะดีกว่า

 

          อีกหนึ่งความน่าสนใจของหนังคือการได้ เดวิด เอฟ.แซนเบิร์ก ผู้กำกับหนังผีประจำค่ายวอร์เนอร์อย่าง Lights Out และ Annabelle : Creation พลิกแนวมากำกับหนังเรื่องนี้ ส่วนจะสามารถถ่ายทอดความฮาออกมาได้สนุกสนาน ตามที่ Shazam ! ควรจะเป็นหรือไม่ ก็ต้องมาติดตามกัน

 

***************

 

Avengers : Endgame (เข้าฉาย 24 เมษายน 2019)

 

          ขึ้นแท่นภาพยนตร์ที่คอหนังทั่วโลกรอคอยมากที่สุดในปีนี้อย่างง่ายดาย สำหรับหนังภาคที่ 4 ของ Avengers ที่ว่ากันว่า นี่อาจจะเป็นหนังที่พลิกโฉมจักรวาลมาร์เวลไปเลย โดยเฉพาะอนาคตของตัวละครหลักประจำค่าย อย่าง Iron Man, Captain America และ Thor ที่ดูเหมือนว่า แขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่มีข่าวว่าจะมีหนังเดี่ยวของตัวละครเหล่านี้ออกมาอีก รวมถึงยังไม่มีรายงานว่า จะมีหนัง Avengers อีกในอนาคตอันใกล้

 

          จนถึงเวลานี้ คอหนังแทบจะรู้เกี่ยวกับ Avengers : Endgame น้อยมาก ทราบเพียงว่าหนังถ่ายทำไปพร้อมๆกับ Infinity War และจะเป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด หลังภาคที่แล้ว จบด้วยการที่ ธานอส กำจัดสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาล รวมถึงซูเปอร์ฮีโร่อีกมากมาย แล้วกลุ่มคนที่เหลืออยู่ จะสู้เพื่อความอยู่รอดได้อย่างไร คงต้องมาติดตาม

 

          ล่าสุดมีรายงานว่า Avengers : Endgame จะมีความยาวมากถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นแท่นเป็นหนังมาร์เวล ที่มีความยาวมากที่สุดตลอดกาล แต่จะใช้ฟุตเทจใน 15 นาทีแรกของหนัง มาตัดเป็นตัวอย่างหนังเท่านั้น รวมถึงภาพนิ่งต่างๆที่ปล่อยออกมา ก็จะอยู่แค่ช่วงต้นของหนัง เพื่อให้ผู้ชม ได้สัมผัสความสดใหม่ของเรื่องราวในภาคนี้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ งานนี้คงต้องรีบไปดูตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย ไม่งั้นเจอสปอยฉากจบ อย่างแน่นอน

 

***************

 

X-Men : Dark Phoenix (เข้าฉาย 6 มิถุนายน)

 

          หนัง X-Men เส้นเรื่องหลักจากค่ายฟ็อกซ์ ต่อจาก X-Men : First Class, X-Men : Days of Future Past และ X-Men : Apocalypse ที่น่าจะเป็นภาคสุดท้ายแล้ว ภายใต้การดูแลของสตูดิโอนี้ ก่อนที่ตัวละครทั้งหมด จะถูกส่งไปอยู่ในมือ เควิน ไฟกี ประธานมาร์เวลสตูดิโอ เพื่อนำไปรวมกับจักรวาลมาร์เวลในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นภาคที่แฟนๆ รอคอยกันมาอย่างยาวนาน เพราะเดิมที่มีโปรแกรมฉายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ต้องถูกเลื่อนกลางปีนี้ เพราะมีการถ่ายทำซ่อม ซึ่งมีข่าวลือว่า ทางค่ายไม่ค่อยพอใจกับตัวหนังเท่าไหร่ หลังจากถ่ายทำครั้งแรกเสร็จ จึงต้องมีแก้ไขในหลายๆฉาก

 

          สำหรับเส้นเรื่องในภาคนี้ จะเกิดขึ้นในยุค 90 โดยมีตัวละครหลักคือ จีน เกรย์ (รับบทโดย โซฟี เทอร์เนอร์ จาก Game of Thrones) ที่ออกไปปฏิบัติภารกิจนอกโลก แต่เกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้เธอได้รับพลังมหาศาล จนกลายเป็นฟีนิกซ์ มนุษย์กลายพันธ์ที่แข็งแกร่งมากที่สุด แต่แล้วอนาคตของเหล่า เอ็กซ์เมน ก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อเธอค่อยๆแปรพักตร์ หลังฝ่ายมืดที่นำโดย แม็กนีโต เริ่มชักชวนเธอ ให้ยึดครองโลก และทำลายเหล่ามนุษย์

 

***************

 

Spider-Man : Far From Home (เข้าฉาย 4 กรกฎาคม 2019)



          หลังจาก Avengers : Endgame มีหนังมาร์เวลเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่ถูกกำหนดวันฉายอย่างชัดเจน รวมถึงปล่อยตัวอย่างออกมายั่วผู้ชมแล้ว นั่นคือ หนัง Spider-Man เรื่องนี้ ที่เป็นภาคต่อโดยตรงจากภาค Homecoming รวมถึงเป็นการบอกใบ้โดยกลายๆว่า ไม่ว่าเหตุการณ์ในหนัง Avengers : Endgame จะเป็นอย่างไร แต่ตัวละครปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ อยู่รอดกลับมามีชีวิตต่อในหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

          โดยเหตุการณ์ในภาคนี้ จะเป็นครั้งแรกของ Spider-Man (ในทุกเวอร์ชัน) ที่จะเล่าเรื่องราวนอกอเมริกา เมื่อปีเตอร์และผองเพื่อน เดินทางไปทัศนศึกษาที่ยุโรปในช่วงซัมเมอร์ แต่แล้ว เขากลับต้องช่วยโลกในนามสไปเดอร์แมนอีกครั้ง หลังจากมีวายร้ายโผล่มา พร้อมที่จะทำลายล้างโลก โดยสไปเดอร์แมน จะร่วมมือฮีโร่ลึกลับนามว่า มิสเตอริโอ้ (รับบทโดย เจค จิลเลนฮาล) ในการหยุดยั้งวายร้ายตัวนี้ นอกจากนี้ หนังยังได้ แซมมวล แอล.แจ็คสัน กลับมารับบทนิค ฟิวรี่ ในหนังเรื่องนี้อีกด้วย (กลายเป็นว่า นิค ฟิวรี่ จะปรากฏตัวทั้งใน Captain Marvel, Avengers : Endgame และ Spider-Man : Far From Home เลยทีเดียว)

         

***************

 

The New Mutants (เข้าฉาย 1 สิงหาคม 2019)



 

          เป็นอีกหนึ่งหนัง X-Men ที่ค้างเติ่งมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จากเดิมที่มีโปรแกรมฉายเดือนเมษายนปีก่อน โดนเลื่อนยาวมาฉายสิงหาคมปีนี้แทน เพราะมีข่าวว่า โดนถ่ายซ่อมแก้ไขใหม่แทบทั้งเรื่อง จนต้องเลื่อนยาวให้แฟนๆรอคอยมานานนับปี

 

          ถ้าจะอธิบายแบบง่ายๆ หนังเรื่องนี้คือ X-Men เวอร์ชันสยองขวัญ เล่าเรื่องราวของ มนุษย์กลายพันธ์วัยรุ่น 5 คน ที่ถูกคุมขังไว้ในที่กักขังของรัฐบาล พวกเขาจึงต้องวางแผนเอาตัวรอด จากคุกแห่งนี้ โดยหนังได้นักแสดงวัยรุ่นมาแรงหลายคน มาร่วมจอ ไล่ตั้งแต่เจ้าแม่หนังสยองขวัญยุคใหม่อย่าง อันยา เทย์เลอร์ จอย จาก The Witch และ Split มาเจอกับ เมซี่ย์ วิลเลี่ยม จาก Game of Thrones และชาร์ลี ฮีตั้น จาก Stranger Things

 

          เริ่มแรกเดิมที หนังถ่ายทำไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ไปแล้ว แต่ทางค่ายฟ็อกซ์ ต้องการปรับโทนหนัง ให้เป็นหนังสยองขวัญแบบเต็มตัว จึงมีการถ่ายทำซ่อม แต่เมื่อค่ายฟ็อกซ์ ถูกควบรวมกับดิสนีย์ ก็มีรายงานว่า ดิสนีย์เอง อยากให้หนังกลับมาโทนไม่มืดจนเกินไปอีกครั้ง งานนี้ผลลัพภ์จะออกมาเป็นอย่างไร แฟนๆของ X-Men ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไป

 

************** 

 

Joker (เข้าฉาย 3 ตุลาคม 2019)

 

          นอกจากหนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว หลังความสำเร็จของทั้ง Suicide Squad และ Venom ทำให้หนังที่ย้ายเรื่องมาโฟกัสที่เหล่าบรรดาตัวร้าย ก็เริ่มเป็นที่สนใจของสตูดิโอมากยิ่งขึ้น โดยค่ายดีซีไฟเขียวให้สร้าง หนังต้นกำเนิดของ โจ๊กเกอร์ ตัวร้ายหลักของ Batman ด้วยทุนสร้างเพียง 55 ล้านเหรียญฯเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไปที่สตูดิโออนุมัติ

 

          โดยหนังเรื่องนี้ จะพาเราไปรู้จักกับ โจ๊กเกอร์ สมัยที่ยังมีอาชีพเป็น เดี่ยวไมโครโฟน แต่เพราะการงานที่ล้มเหลว เขาไม่ได้รับความนิยม แถมยังโดนดูถูกเสียด้วยซ้ำ ทำให้โจ๊กเกอร์เริ่มเบนเข็มชีวิต จากนักแสดงตลก มาเป็นวายร้ายจอมป่วนเมืองก็อตแธมอย่างจริงจัง โดยหนังได้นักแสดงฝีมือเก่งกาจอย่าง วาคีน ฟีนิกซ์ จาก Walk The Line และ Her มารับบทนี้ แถมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง โรเบิร์ต เดอนีโร ยังตอบตกลงมาร่วมจออีกด้วย นอกจากนี้หนังยังเลือกนักแสดงโนเนม มารับบท บรู๊ซ เวย์น (หรือแบทแมน) ในวัยเด็ก ซึ่งจะมีบทบาทในหนังมากน้อยขนาดไหน คงต้องไปติดตามกัน

 

***************

 

Birds of Prey (เข้าฉาย 6 กุมภาพันธ์ 2020)

 

          หลังจากความสำเร็จของ Suicide Squad หนังรวมดาวร้ายค่ายดีซี ล่าสุดทางวอร์เนอร์ ก็ขอสร้างหนังที่เป็นภาคแยกออกมา เล่าเรื่องราวเฉพาะตัวละคร ฮาร์ลีย์ ควินน์ (รับบทโดย มาร์โก้ ร็อบบี้) กับเหตุการณ์หลังจากนั้น เมื่อแบทแมน ได้หายตัวไป ทิ้งความวุ่นวายให้เกิดทั่วเมืองก็อตแธม ตัวฮาร์ลีย์เองก็ได้ทิ้งโจ๊กเกอร์ ออกมาอยู่คนเดียว เธอได้รวมตัวกับตัวละครใหม่ๆอีกมากมาย ซึ่งจะเป็นใครบ้างนั้น เราคงต้องรอติดตามกันต้นปีหน้า

 

***************

 

Wonder Woman 1984 (เข้าฉาย 4 มิถุนายน 2020)

 

          ภาคต่ออย่างเป็นทางการของหนังเดี่ยว Wonder Woman ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากภาคแรกย้อนกลับไปเล่าเรื่องในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (ประมาณปี 1914) แต่ในภาคต่อนี้ ได้ขยับมาเล่าเหตุการณ์ในช่วงสงครามเย็น (ประมาณปี 1984 ตามตัวเลขในชื่อหนัง) โดยในภาคนี้ วันเดอร์วูเม่น ต้องเผชิญปัญหากับโซเวียตในช่วงสงครามเย็น อีกทั้งต้องต่อสู้กับตัวร้ายหลักประจำภาค นั่นคือ ชีตาห์ อดีตนักโบราณคดี ที่ค้นพบเมืองโบราณที่สูญหายไป ทำให้เธอกลายมาเป็นผู้ร้าย

 

          สิ่งที่น่าสนใจสำหรับภาคนี้ก็คือ การประกาศว่า คริส ไพน์ พระเอกจากภาคที่แล้ว จะกลับมารับบทนำเช่นเดิม ในบทของ สตีฟ เทรเวอร์ หวานใจของนางเอก แต่ประเด็นคือ ตัวละครนี้ เสียชีวิตไปแล้ว ในตอนจบของภาคแรก ดังนั้น ต้องมาติดตามว่าเขาจะกลับมาอยู่ในหนังภาคนี้ได้อย่างไร โดยหนังปิดกล้องไปแล้วเมื่อปลายปีที่แล้ว และอยู่ในช่วง Post-Production ส่วนหนังเต็มๆ กว่าจะได้ดูกัน ก็กลางปีหน้าเลย รอกันไปแบบยาวๆ

 

***************

หนังที่มีโปรแกรมฉายตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป

(รวมถึงที่ยังไม่วางโปรแกรมฉาย)

 

The Batman

 

          หลังจากวอร์เนอร์ประสบความสำเร็จกับแบทแมนไตรภาคของ คริสโตเฟอร์ โนแลน มาถึงยุคแบทแบท ที่รับบทโดย เบ็น เอฟเฟล็ค แม้จะไม่มีหนังเดี่ยว แต่ทั้ง Batman V Superman และ Justice League ถือว่าล้มเหลวด้านรายได้ วอร์เนอร์จึงเตรียมจะรีบูทมนุษย์ค้างคาวกันใหม่อีกรอบ จากเดิมที่จะมี เบน เอฟเฟล็ค มากำกับหนังเดี่ยวแบทแมน ตอนนี้จึงถูกเปลี่ยนทั้งหมด โดยให้ แมตต์ รีฟส์ จาก Rise of the Planet of the Apes มากำกับหนังแทน ส่วนใครจะมาเล่นบทนี้เป็นคนต่อไป ก็ต้องตามลุ้นกัน

         

Suicide Squad 2

 

          แม้ภาคแรกจะโดนนักวิจารณ์ด่ายับ แต่กลับทำเงินอย่างงดงาม วอร์เนอร์และดีซี จึงเดินหน้าโปรเจ็คภาคต่อของ Suicide Squad ต่อ โดยได้ให้ เจมส์ กันน์ จาก Guardians of the Galaxy มาทำหน้าที่กำกับและเขียนบท แต่ข่าวคือ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหนังใหม่ทั้งหมด ทั้งทิศทางของหนัง ตัวละคร รวมถึงนักแสดง ส่วนจะออกมาเป็นอย่างไร เรียกว่าน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน เพราะผู้กำกับคนนี้ ฝีมือไม่ธรรมดา

 

Doctor Strange 2

 

          หลังปล่อยให้ ด็อกเตอร์สเทรนจ์ ไปร่วมทีมกับเหล่า Avengers ก็ถึงคราวที่หมอแปลกจะกลับมามีหนังเดี่ยวของตัวเองแล้ว โดยข่าวล่าสุดคือ ผู้กำกับ สก็อตต์ เดอริคสัน จากภาคแรก ได้คอนเฟิร์มจะกลับมาทำหน้าที่เดิมในภาคต่อ รวมถึง 3 นักแสดงนำ อย่าง เบเนดิกท์ คัมเบอร์แบช, ราเชล แมคอดัมส์ และเบเนดิกท์ หว่อง ก็ยืนยันแล้วว่า จะกลับมานำแสดงในภาคต่อนี้ โดยคาดว่า เราจะได้ดูหนังกันช่วงซัมเมอร์ปี 2021

 

Guardians of the Galaxy 3

 

          เดิมทีหลังปิดไตรภาคของเหล่า การ์เดี้ยน มีโปรแกรมจะฉายซัมเมอร์ 2020 (ตามที่คาดการณ์กันไว้) แต่หลังจากที่มีข่าวว่า ดิสนีย์ ไล่ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ออก เพราะสิ่งที่เขาทวีตไว้เมื่อหลายปีก่อน เป็นมุกตลกที่ไม่เหมาะ โปรเจ็คนี้เลยยังค้างเติ่งอยู่ โดยทางมาร์เวล ยังง่วนอยู่กับการหาผู้กำกับคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทน ส่วน เจมส์ กันน์ ก็ไปกำกับ Suicide Squad 2 ให้กับค่ายตรงข้าม สบายใจไปเลย

 

Black Widow

 

          หลังปล่อยให้ กัปตันมาร์เวล แซงหน้าเป็นซูเปอร์ฮีโร่หญิงคนแรกจากค่ายมาร์เวล ที่มีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเอง ก็ถึงเวลาที่ แบล็ควิโดว์ ของนางเอก สการ์เล็ต โจแฮนสัน จะมีหนังของตัวเองบ้างแล้ว โดยหนังมีทั้งบทและผู้กำกับเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเปิดกล้องได้ภายในปีนี้ และคาดว่า อาจจะเป็นหนังมาร์เวลเรื่องแรกที่ได้รับเรท R ด้วย คาดว่าหนังจะออกมาในโทน โหดและดุดันสมจริง

 

Black Panther 2

 

          หลังจากภาคแรกประสบความสำเร็จ เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในอเมริกา คงจะแปลกถ้าหนังไม่มีภาคต่อ โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ไรอัน คูเกอร์ ผู้กำกับจากภาคแรก ได้เซ็นต์สัญญา กลับมากำกับและเขียนบทภาคต่อแล้ว โดยคาดว่าหนังจะได้ดูกัน ราวต้นปี 2021 ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

 

Venom 2

 

          แม้ว่าจะโดนนักวิจารณ์ถล่มยับ แต่หนังภาคแรกก็กวาดรายได้ไปอย่างงดงาม จนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางโซนี่ได้ไฟเขียวสร้าง ภาคต่อแล้ว สำหรับหนังที่หยิบเอาตัวร้ายใน Spider-Man มาเป็นหนังของตัวเอง พร้อมกับคอนเฟิร์มแล้วว่า ทอม ฮาร์ดี้ และมิเชลล์ วิลเลี่ยม จะกลับมารับบทนำ รวมถึงได้ วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน มารับบทตัวร้ายประจำภาคนี้ ซึ่งตัวละครดังกล่าว โผล่มารับเชิญในฉากแถมช่วง End-Credit ในภาคแรกด้วย

 

***************

SO WATCH
BY GOSSIPGUN



 

บันเทิง