ชิลหนีงานไปพักใจกับเพื่อนตัวยักษ์สี่ขา - Big Dog Cafe |

ชิลหนีงานไปพักใจกับเพื่อนตัวยักษ์สี่ขา - Big Dog Cafe



มนุษย์ออฟฟิศอย่างเราๆ ทุกวันนี้งานก็เยอะ เวลาก็ไม่ค่อยจะมี จะหาวิธีหนีงานพักเบรกจากงานแต่ละทีก็แสนยากเย็น และวิธีที่ง่ายที่สุดในการพักสมองพักร่างก็คงหนีไม่พ้นการกิน ดื่ม สังสรรค์ แต่สำหรับบางคนก็มีวิธีพักที่สนุกและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน Review Chill Style วันนี้เลยขอเสนอ "ชิลหนีงานไปพักใจกับเพื่อนตัวยักษ์สี่ขา - Big Dog Cafe" คาเฟ่หมาใหญ่ใจดี ที่ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก การเดินทางก็แสนง่าย เพียงขึ้น รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มาลงที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม และเดินตามป้ายขึ้นมาที่ทางออก 1 เดินย้อนมาทางขวาอีกไม่ถึง 100 เมตร ก็เจอแล้ว



เรามาดูกติกาการเข้าไปหาเจ้าสี่ขาตัวยักษ์กันดีกว่า
1. เช็ครอบเวลาความซนของน้องได้ที่ https://www.facebook.com/bigdogcafe/
จะมีทั้งหมด 5 รอบ รอบละ 2 ชั่วโมง ตามนี้ :
- รอบที่ 1 : 9.30 น. - 11.30 น.
- รอบที่ 2 : 12.00 น. - 14.00 น.
- รอบที่ 3 : 12.30 น. - 16.30 น.
- รอบที่ 4 : 17.00 น. - 19.00 น.
- รอบที่ 5 : 19.30 น. - 21.30 น.

***ค่าเข้าชมไปเล่นกับน้อง คนละ 199 บาท (จองเวลา+บอกจำนวนคนล่วงหน้ากับพนักงานก่อนจะไปนะ)

2. ก่อนเข้าไปหาน้องหมาเราจะต้องเปลี่ยนรองเท้าบริเวณด้านหน้าและล้างไม้ล้างมือให้สะอาดก่อนด้วยน้า (พนักงานจะคอยบริการให้) เพื่อความสะอาดของตัวเราและน้องๆด้วยล่ะ

3. พอเข้าไปแล้วพนักงานจะพาไปนั่งรอที่โต๊ะ มี 2 โซน (ติดแอร์) ถ้าไปก่อนรอบที่จองไว้ พนักงานจะพาไปนั่งรอโซนด้านนอกรอให้รอบก่อนหน้าเราหมดเวลาก่อน จากนั้นเมื่อใกล้ถึงเวลาของเราพนักงานก็พาไปนั่งโซนด้านในสำหรับสั่งอาหารและเครื่องดื่มมาระหว่างรอน้องๆเตรียมตัว

4. เมื่อได้ที่นั่งแล้ว พนักงานจะเอาเมนูอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเมนูรายชื่อน้องหมามาให้เห็นหน้าค่าตากันก่อนเจอตัวจริง (เอาไว้จำชื่อเตรียมเล็งไปเล่นกับน้อง)

5. เมื่อสั่งอาหารและเครื่องดื่มเสร็จเราก็นั่งรอให้ถึงเวลาที่เจ้าสี่ขาจะมาหาเราแล้ว ค่าเข้าชม ค่าอาหารและเครื่องดื่ม สามารถจ่ายทีเดียวตอนหมดรอบได้เลย




-----


เอาล่ะ!!! ถึงเวลาแห่งความวุ่นวาย? ไม่ใช่สิ สนุกแล้วววว


ลำดับการโชว์ตัว จะเริ่มจากสุนัขพันธุ์เล็กไซส์กระชับพกพาสะดวกวิ่งปรู๊ดลงมาเป็นขบวนพร้อมคนดูแลกับครูฝึก


เจ้าตัวเล็กๆก็จะดุ๊กดิ๊กวุ่นวายพันแข้งพันขาเราหน่อย พร้อมจมูกที่ดมหาขนมกับเราตลอดเวลา (ขนมสำหรับน้อง ซื้อเพิ่ม ถ้วยละ 150 บาท)


ส่วนใหญ่น้องหมาที่นี่จะเป็นพันธุ์หายากและมีราคาต่อตัวค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเล่นกับน้องอย่างทนุถนอมน้า แต่ก็ระวังอย่าเอาอาหารคนป้อนน้อง แล้วก็อย่าเข้าไปใกล้เวลาน้องทะเลาะกัน ปล่อยให้ครูฝึกดูแลนะ




หลังจากจบเซตเจ้าตัวเล็กแล้วก็ถึงคิวพี่ใหญ่ที่จะทยอยลงมาอย่างนักรบ? (ถึงจะดูน่ากลัวแต่ทุกตัวใจดีและน่ารักมาก เล่นได้ไม่กัด)


อย่างที่บอกว่าที่นี่จะเป็นพันธุ์หายากรวมถึงถ้าไปเจอเองก็คงไม่ใจดีขนาดนี้นะ อย่างเจ้าพวก Tibetan Mastiff นี่ก็ถือว่าเป็นสุนัขที่ดุที่สุดในโลกแถมประวัติยังเป็นของราชวงศ์จีนที่เอาไว้สู้กับสิงโตอีกด้วย แต่สำหรับที่นี่แล้วบอกเลยว่าน่ารักเล่นได้สบายมาก


ดาวเด่นอีกอย่างของคาเฟ่นี้คือ สุนัขสายเลือดหมาป่า 20% อย่างเจ้า Ricky (ขาว) - Martin (ดำ) ก็เป็นหนุ่ม/สาวฮอตของที่นี่ ด้วยความที่หน้าตาเป็นมิตรแบบหล่อสวยกับความขรึมอย่างหมาป่าเล็กๆในตัว


และยังมีหมาป่าสายเลือด 80% ที่เป็นน้องใหม่อายุ 2 เดือน หายากและค่อนข้างดุ จึงไม่นิยมเลี้ยงในไทย แต่ที่นี่เรื่องใบอนุญาตกับครูฝึกเอาอยู่ไม่ต้องห่วง แค่ระวังอย่าพุ่งเข้าหาน้องแบบเร็วๆเพราะน้องจะระแวงจนป้องกันตัวเองด้วยกันกัดเราได้


หลังจากพี่ใหญ่ลงมาครบทุกตัวจนหมดรอบแล้ว ก็มาถึงเวลา "หลบหน่อย พระเอกมาาาา" ซึ่งก็คือ ลูกพี่โซโล พันธุ์ Alaskan Malamute (Giant Size) ออกมาหาทุกคนเพื่อปิดรอบการโชว์ตัวแบบหล่อๆ ที่ต้องบอกว่าเป็นลูกพี่เพราะโซโลค่อนข้างเป็นเหมือนจ่าฝูงของทุกตัว กับหมาด้วยกันจะดุ แต่! พออยู่กับคนแล้วรับแขกยิ้มสู้กล้องอย่างใจดีมากบอกเลย


-----





สำหรับเรื่องอาหารและเครื่องดื่มราคาจะเริ่มต้นที่ 150-500 บาท ราคาค่อนข้างสูงเพราะนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเยอะ กับการดูและบริการของพนักงานถือว่าดีมาก รสชาติอาหารอยู่ในเกณฑ์ดี เมนูจะมีตั้งแต่อาหารจานเดียว ไทยฟิวชัน อาหารทานเล่น ขนมและเครื่องดื่ม ครบจบคาวหวาน


-----



ถือว่าเป็นคาเฟ่สัตว์เลี้ยงที่อยากแนะนำให้มนุษย์เวลาน้อยได้ลองปลีกเวลาไปสัมผัสวิธีพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งดู บางครั้งการได้จับได้กอดได้เล่นกับความน่ารักและซุกซนก็เป็นหนึ่งในวิธีคลายเครียดจากการทำงานได้ดีเหมือนกันนะ

กิน

กิน