SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


25 เกร็ดที่คุณอาจไม่เคยรู้ของจักรวาลหนัง MARVEL

 

          ก่อนที่เราจะได้ดู Avengers : Endgame กันในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าโรงภาพยนตร์จะแตกอย่างแน่นอน สัปดาห์นี้คอลัมน์ So Watch เลยขอรวบรวมเอาเกร็ดที่น่าสนใจ เกี่ยวกับภาพยนตร์และนักแสดงในหนังจักรวาลมาร์เวล (หรือ Marvel Cinematic Universe) มาฝากกัน อ่านเพลินๆ เพิ่มความตื่นเต้นก่อนไปดูหนังที่จะเป็นบทสรุปของหนังมาร์เวลทั้ง 3 เฟสแรก

 

 

1 หนัง Iron Man ใช้เวลานานถึง 18 ปี ก่อนที่จะมาขึ้นจอหนัง 


โดยค่ายยูนิเวอร์แซล คว้าสิทธิ์ไปสร้างเป็นหนังเมื่อปี 1990 ต่อมาในปี 1996 ค่ายทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ ได้สิทธิ์ต่อมา และหวังให้ นิโคลัส เคจ ที่ตอนนั้นกำลังปังมากจาก The Rock มารับบทนำ จนกระทั่งในปี 1998 ทอม ครูซ เคยสนใจอยากรับบท โทนี่ สตาร์กด้วยซ้ำ แต่โปรเจ็คนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง จนปี 2000 ค่ายนิวไลน์ซีนีม่าได้สิทธิ์ในการสร้างหนังต่อ แต่ก็ไม่สามารถพัฒนาต่อได้ จนปี 2005 ได้คืนสิทธิ์ให้กับมาร์เวลสตูดิโอ และถูกนำมาสร้างเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย และเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของจักรวาลมาร์เวล มาจนถึงทุกวันนี้

 

2 ฉากจบของ IRON MAN ภาคแรก



ถ้าจำกันได้ Iron Man ภาคแรก จบด้วยฉากที่ โทนี่ สตาร์ก (รับบทโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ขึ้นพูดในงานแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน ซึ่งเขาถูกเพ็พเพอร์เตี้ยมว่า ให้ปฏิเสธไป แต่เขากลับบอกทุกคนในงานว่า เขาคือ Iron Man แล้วหนังก็ตัดจบไป ซึ่งการถ่ายทำฉากนี้ นักแสดงประกอบที่เล่นเป็นผู้สื่อข่าวทั้งหมด ถูกบรีฟว่านี่คือฉากในฝัน ดังนั้น พวกเขาจะไม่ทราบเลยว่า หนังจะจบลง ด้วยการที่คนทั้งโลกรู้ความจริงว่า โทนี่ สตาร์ก คือ Iron Man

 

3 ราเชล แม็คอดัมส์ นางเอก About Time เธอคือตัวเลือกแรกสำหรับบท เพ็พเพอร์ พ็อตต์

แต่เธอปฏิเสธบทนี้ไป ทำให้บทดังกล่าวตกเป็นของ กวิเน็ธ พัลโทรล์ ซึ่งในเวลาต่อมา ราเชล แม็คอดัมส์ ก็ได้มาร่วมแสดงในจักรวาล Marvel จากบทบาท ดร.คริสตีน พาล์มเมอร์ นางเอกในหนังเรื่อง Doctor Strange


4 กวิเน็ธ รับบทเพ็พเพอร์ เพราะกองถ่ายใกล้บ้าน

 

กวิเน็ธ พัลโทรล์ เผยว่า สาเหตุหลักที่เธอตัดสินใจรับบท เพ็พเพอร์ พ็อตต์ นางเอกของหนัง Iron Man นอกจากจะถูกใจกับคาแร็คเตอร์นี้แล้ว เธอยังใช้เวลาในการเดินทางมายังสตูดิโอที่ถ่ายทำหนังเพียง 15 นาทีเท่านั้น ทำให้เธอไม่ต้องอยู่ห่างกับลูกๆ ขณะเปิดกล้องหนังเรื่องนี้ ซึ่งตอนนั้น ลูกสาวคนโต แอปเปิ้ล อายุแค่เพียง 3 ขวบ และลูกชายคนเล็ก โมเสส อายุเพียงแค่ขวบเดียวเท่านั้น



5 แรกเริ่ม ทอม ฮิดเดลตัน มาออดิชั่นเพื่อบท ธอร์


แต่ผู้สร้างพบว่าเขาเหมาะกับบท โลกิ มากกว่า จึงคว้าบทนี้ไปครอง ส่วนบทธอร์ ตกเป็นของคริส เฮมเวิร์ธ ที่เอาชนะนักแสดงหลายคน รวมถึง เลียม เฮมเวิร์ธ น้องชายแท้ๆที่มาออดิชั่นบทนี้เช่นกัน และเพื่อเตรียมตัวรับบท ธอร์ คริส เฮมเวิร์ธ ต้องฟิตร่างกายอย่างหนัก เพิ่มน้ำหนักและเข้ายิมเป็นเวลานานครึ่งปี ตรงข้ามกับ ทอม ฮิดเดลตัน เพื่อรับบทโลกิ เขากลับต้องลดน้ำหนัก ให้ตัวละครนี้ดูผอม และดูกระหายอยู่ตลอดเวลา


6  คริส อีแวนส์ ปฏิเสธบทนำใน Captain America : The First Avengers ถึง 3 ครั้ง




เขากลัวว่าชื่อเสียงที่เพิ่มมากขึ้นจากการรับบทนี้ จะกระทบกับชีวิตส่วนตัว ทำให้ต้องเปิดเผยชีวิตครอบครัวมากขึ้น ซึ่ง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เป็นคนที่โน้มน้าวให้ คริส ตัดสินใจรับบทนี้ในที่สุด โดยโรเบิร์ต บอกกับคริสว่า เมื่อเขาโด่งดังขึ้น ก็จะส่งผลดีในการเลือกเล่นหนังได้ จะมีบทดีๆ เข้ามามากขึ้น และมีกำลังในการต่อรองเพื่อเลือกแสดงในโปรเจ็คหนังดีๆ ในหนังอินดี้ที่น่าสนใจได้มากขึ้น

 

7 ในคอมมิค Captain America ถูกแช่แข็งเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น




หลังจากยุคสงครามโลก แล้วกลับมาฟื้นในช่วงยุค 60 แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ถูกเปลี่ยนให้ กัปตันอเมริกา แช่แข็งนานกว่า 70 ปี แล้วฟื้นขึ้นมาในยุคปัจจุบัน ตามเวลาที่หนังฉาย นั่นคือปี 2011 นั่นเอง

 

8 หลายครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงในบทต่างๆ สำหรับจักรวาลมาร์เวล


กรณีที่ใหญ่สุดคือ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ที่รับบทเป็น ดร.บรู๊ซ แบนเนอร์ หรือ ฮัล์ค ในหนัง The Incredible Hulk ซึ่งตอนแรกเขาต้องกลับมารับบทเดิมนี้ใน The Avengers แต่ปรากฏว่าการเจรจาระหว่างเขาและมาร์เวลไม่ลงตัว ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวนักแสดงเป็น มาร์ค รัฟฟาโล่ ซึ่งผู้กำกับ หลุยส์ เล็ทเทอร์เลียร์ ผู้กำกับ  The Incredible Hulk เผยในภายหลังว่า มาร์ค รัฟฟาโล่ คือตัวเลือกแรกของเขาสำหรับบท ฮัล์ค ก่อนที่ทางมาร์เวล จะเลือก เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน มารับบทนี้ เพราะชื่อเสียงที่มากกว่า


9 เอมิลี่ บลันต์ คือตัวเลืิอกแรกของมาร์เวล สำหรับบท แบล็ค วิโดว์



ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในหนัง Iron Man 2 แต่น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถเคลียร์ตารางงานได้ลงตัว เพราะติดคิวถ่ายทำเรื่อง Gulliver's Travel ทำให้เธอพลาดบทนี้ให้กับ สการ์เล็ต โจแฮนสัน และต่อมา มาร์เวลได้ติดต่อให้เธอเล่นบท เพ็กกี้ คาร์เตอร์ ในหนัง Captain America ภาคแรก ซึ่งเธอไม่สะดวกรับบทนี้เช่นกัน ทำให้บทดังกล่าวตกเป็นของ ฮาร์ลีย์ แอตเวลล์ แทน

 

10 ก่อนที่ คริส แพรตต์ จะรับบทเป็นสตาร์ลอร์ดในหนัง Guardians of the Galaxy เขาคือนักแสดงเจ้าเนื้อคนหนึ่งเลย


ซึ่ง เจมส์ กันน์ ชื่นชอบการออดิชันของเขามาก และจะมอบบทนี้ให้ พร้อมให้เวลา 6 เดือนในการลดน้ำหนัก ซึ่งเดิมที เจมส์ กันน์ ตั้งเป้าว่า คริส จะลดได้ประมาณ 50 ปอนด์ (หรือราว 22 กิโลกรัม) ปรากฏว่า คริส ลดไปทั้งสิ้น 60 ปอนด์ (หรือราว 27 กิโลกรัม) และกลายเป็นคนที่หุ่นฟิตเสมอตั้งแต่วันนั้น



11 วิน ดีเซล เผยว่า การพากย์เสียงเป็น กรูท ในหนัง Guardians of the Galaxy เจ้าตัวอัดเสียงคำว่า "I Am Groot” ไปมากกว่าพันครั้ง



เพื่อนำไปใช้ในฉากต่างๆ ที่ให้อารมณ์แตกต่างกันไป รวมถึงอัดเสียงคำนี้ ในภาษาต่างๆ อาทิ รัสเซีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, จีนแมนดาริน ฯลฯ อีกด้วย เพื่อให้เสียงกรูทในประเทศดังกล่าว เป็นเสียงของ วิน ดีเซล เหมือนกันทั้งหมด


12 โซอี้ ซัลดาน่า และ แบรดลีย์ คูเปอร์


 โซอี้ ซัลดาน่า นักแสดงที่รับบทเป็น กามอร่า ใน Guardians of the Galaxy และ แบรดลีย์ คูเปอร์ นักแสดงที่พากย์เสียงเป็น ร็อคเก็ต ในหนังเรื่องนี้ เคยแสดงหนังด้วยกันมาก่อน ในเรื่อง The Word และยิ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่เคยคบหากันระหว่างปี 2011-2013 ด้วย ซึ่งช่วงเวลาที่มาร่วมงานในหนังเรื่องนี้นั้น คือ เลิกรากันไปแล้ว


13 กัล กาดอท เผยว่า เธอเคยมาออดิชั่นสำหรับบท เนบิวล่า ในหนัง Guardians of the Galaxy ด้วย




แต่แพ้ให้กับ คาเรน กิลแลนไป ต่อมาเธอคว้าบท Wonder Woman ไปครอง ในหนังเรื่อง Batman V Superman และกลายเป็นนักแสดงคนสำคัญ ของหนังซูเปอร์ฮีโร่ จักรวาลดีซี ที่เป็นคู่แข่งโดยตรงของ จักรวาลมาร์เวล


14 สการ์เล็ต โจแฮนสัน ตั้งครรภ์ระหว่างถ่ายทำหนังเรื่อง Avengers : Age of Ultron




ทำให้ผู้สร้างต้องรีบถ่ายทำฉากที่มีเธอก่อน เพื่อไม่ให้เธอท้องโตไปมากกว่านี้ นอกจากนี้บางฉากก็ใช้ คอมพิวเตอร์กราฟฟิกในการลบหน้าท้องของเธอไม่ให้ดูใหญ่เกิน และได้มีการจ้างนักแสดงแทนมาถึง 3 คน เพื่อแสดงในฉากบู๊ ซึ่งลือกันว่า เหมือนเธอมาก แม้แต่ คริส อีแวนท์ ยังเดินเข้าไปคุยด้วย และซักพักถึงจะรู้ตัวว่า นี่ไม่ใช่ สการ์เล็ต โจแฮนสัน ตัวจริง !

 

15 แอร่อน เทย์เลอร์-จอห์นสัน เครียดมาก


 แอร่อน เทย์เลอร์-จอห์นสัน นักแสดงที่รับบทเป็น ควิกซิลเวอร์ ในหนัง Avengers : Age of Ultron เผยว่า เขาเครียดมากในการแสดงเรื่องนี้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งในหนังฟอร์มใหญ่ที่หลายคนคาดหวัง โดยผู้กำกับ จอช วีดอน กล่อมเขานานนับปีกว่าจะรับบทนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาสบายใจขึ้น คือ อลิซาเบธ โอลเซ่น ที่รับบทเป็น สการ์เล็ต วิทช์ น้องสาวที่เป็นคู่หูกันในเรื่อง โดยทั้งคู่เพิ่งร่วมงานกันในหนังเรื่อง Godzilla มาก่อน ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นในการแสดง


16 เจสสิก้า เชสแทน ปฏิเสธบทในหนังมาร์เวล หลายต่อหลายครั้ง


เริ่มจาก Iron Man 3 ที่เธอจำเป็นต้องบอกปัดบท มายา แฮนสัน เพราะคิวการถ่ายทำที่ไม่ลงตัว ต่อมาเธอปฏิเสธบท โฮป แวน ดีน (หรือ The Wasp) ในหนัง Ant-Man     ทำให้บทดังกล่าวตกเป็นของ อีแวนเจลลีน ลิลลี่ ในที่สุด เธอก็ได้เล่นหนังซูเปอร์ฮีโร่เสียที ด้วยการตัดสินใจรับบทร้าย ในหนัง X-Men : Dark Phoenix ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนมิถุนายนนี้ แม้จะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ตัวละครมาจากมาร์เวล แต่ก็ไม่ได้อยู่ในจักรวาลมาร์เวลแต่อย่างใด

 

17 การออดิชั่นบทสไปเดอร์แมน


สำหรับการออดิชั่น หานักแสดงเพื่อมารับบท สไปเดอร์แมนคนใหม่ นักแสดงแต่ละคน จะต้องออดิชั่น กับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และ คริส อีแวนส์ ด้วย เพื่อตามหานักแสดงคนที่มีเคมีเข้ากับทั้งคู่มากที่สุด และผลก็ปรากฏอย่างที่เราทราบกันดี ว่า ทอม ฮอลแลนด์ คว้าบทนี้ไปครอง เอาชนะนักแสดงดังๆหลายคน อาทิ อาซา บัตเตอร์ฟิล์ด, ชาร์ลี พลัมเมอร์ และจูดาห์ ลิวอิส



18 เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบชต์ คือตัวเลือกแรกสำหรับบท Doctor Strange




แต่เนื่องด้วยเขาติดคิวแสดงละครเวทีเรื่อง Hamlet ที่เล่นในช่วงเวลาเดียวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ ทำให้ต้องปฏิเสธบทดังกล่าว ต่อมา วาคีน ฟีนิกซ์ ได้รับการติดต่อให้รับบทนี้ แต่ปฏิเสธในที่สุด เพราะสัญญากับทางค่ายที่ผูกมัดมากเกินไป ว่าต้องเล่นในหนังหลายเรื่อง รวมถึง Avengers ทำให้ต้องโบกมือลาบทดังกล่าว จนกระทั่ง Doctor Strange เลื่อนฉาย ทำให้ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบชต์ คิวว่างแล้ว และกลับมารับบทดังกล่าวในที่สุด



19 เดฟ บาทิสต้า ใช้เวลาในการแต่งเมคอัพเป็น แดร็ซ ก่อนถ่ายทำ Guardians of the Galaxy ภาคแรก นานถึง 3 ชั่วโมง



ในขณะที่ภาคสองนั้น ใช้เวลาในการแต่งก่อนถ่ายทำลดลง เหลือ 90 นาที และมีรายงานว่า หลังการถ่ายทำเสร็จในแต่ละวัน เขามักใช้เวลาในการเข้าห้องซาวน่า เพื่อให้เมคอัพเหล่านั้น ละลายหายไป



20 แม้จะร่วมแสดงในหนังจักรวาลมาร์เวล แต่เหล่าบรรดานักแสดงก็ไม่ได้สิทธิพิเศษแต่อย่างใด

จอช โบรลิน ที่รับบทเป็นธานอส เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาได้ดู Black Panther หลังจากเข้าฉายโรงไปแล้วเกือบ 2 เดือน เพราะโรงภาพยนตร์แถวบ้านเขาถูกจองตั๋วเต็มตลอด จะไปดูกี่ครั้งก็ไม่มีบัตร กว่าจะได้ดู Avengers : Infinity War ที่ฉายหลังจาก Black Panther ประมาณ 3 เดือนก็เกือบจะเข้าโรงแล้ว

 

21 แชดวิก บอสแมน นักแสดงที่รับบทเป็น Black Panther เผยว่า เขาได้พักเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น หลังจาก Black Panther ปิดกล้อง




แล้วต้องเริ่มถ่ายทำ Avengers : Infinity War เลย ซึ่งทำให้นักแสดงหลายคนที่ปรากฏตัวในหนังทั้งสองเรื่อง ไม่ต้องเตรียมตัวมากนัก สามารถแสดงต่อได้เลย ซึ่งตรงข้ามกับ บรี ลาห์สัน นักแสดงที่รับบทเป็น Captain Marvel ซึ่งต้องถ่ายทำ Avengers : Endgame ก่อน แล้วค่อยไปถ่ายทำหนังเดี่ยวของ Captain Marvel ต่อ ซึ่งแม้ว่าหนัง Captain Marvel จะฉายก่อน แต่ถ่ายทำทีหลัง เพราะ Avengers ทั้งภาค Infinity War และ Endgame ถูกถ่ายทำพร้อมกันรวดเดียวเลย และที่พีคสุดคือ พอล รัดด์ กับ อีวานเจลลีน ลิลลี่ ที่ถ่ายทำ Ant-Man and The Wasp กับ Avengers : Endgame ในช่วงเวลาเดียวกัน ต้องจัดตารางสลับกันไประหว่างสองกองถ่ายนี้


22 กูส ตัวละครแมวที่ขโมยซีนสุดๆใน Captain Marvel ถูกถ่ายทำ โดยใช้แมวถึง 4 ตัวในการสลับกันถ่ายทำ


พวกมันมีชื่อว่า เร็จจี้, อาร์ชี่, กอนโซ่ และ ริซโซ่ ซึ่งแต่ละตัว ถูกฝึกให้มันความถนัดที่ต่างกันไป แต่ความพีคระหว่างการถ่ายทำคือ บรี ลาห์สัน นางเอกของเรื่องนั้น ดันแพ้แมว ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ซีนที่มีทั้งกัปตันมาร์เวลและกูส จึงจำเป็นต้องใช้หุ่นแมวในการถ่ายทำ ไม่ก็เป็นแมวคอมพิวเตอร์กราฟฟิกไปเลย

 

23 นักแสดงจำนวนมาก ที่แสดงหนังในจักรวาลมาร์เวล เคยแสดงหนังหรือซีรีส์ เกี่ยวกับ เชอร์ล็อค โฮมส์


เริ่มจาก โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เจ้าของบทบาท Iron Man เคยรับบทนำในหนัง Sherlock Holmes ประกับ จู้ด ลอว์ ที่ต่อมาร่วมแสดงใน Captain Marvel รวมถึงหนังยังมี ราเชล แม็คอดัมส์ ร่วมแสดง ซึ่งเธอคือนางเอก Doctor Strange ในขณะที่พระเอก Doctor Strange อย่าง เบเนดิก คัมเบอร์แบชต์ เคยรับบทเชอร์ล็อค โฮมส์ ในซีรีส์เรื่อง Sherlock ซึ่งร่วมแสดงโดย มาร์ติน ฟรีแมน ที่รับบทเป็นเจ้าหน้าที่รอส ในหนังเรื่อง Captain America : Civil War และ Black Panther



24  Black Panther ขึ้นแท่นหนังมาร์เวล ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล



คอหนังจำนวนมาก คาดว่าหนัง Avengers ไม่ว่าจะภาคไหนก็ตาม น่าจะทำเงินมากที่สุดในจักรวาลมาร์เวล กลับกลายเป็นว่า ในสหรัฐอเมริกาฯนั้น Black Panther ขึ้นแท่นหนังมาร์เวล ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล คือ 700 ล้านเหรียญฯ เป็นรองเพียง Star Wars : The Force Awakens และ Avatar แล้วค่อยจึงตามด้วย Avengers : Infinity War ที่ทำรายได้ไป 678 ล้านเหรียญฯ ต้องมาลุ้นกันว่า ในที่สุดแล้ว Avengers : Endgame ที่กำลังจะเข้าฉาย จะสามารถทำรายได้แซงไปได้หรือไม่

 

25 Avengers : Endgame จะมีความยาวมากถึง 3 ชั่วโมง 1 นาที


ทุบสถิติเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวล ที่มีความยาวมากที่สุด นอกจากนี้ หนังยังขึ้นแท่นเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีความยาวมากที่สุดตลอดกาลอีกด้วย ไม่ว่าจะจากค่ายไหนก็ตาม ซึ่งพวกเราสามารถร่วมพิสูจน์ความสนุกของหนังได้ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายนนี้ เป็นต้นไป


********************


SO WATCH

BY GOSSIPGUN


บันเทิง