SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


รีวิว Avengers : Endgame และทิศทางหนังมาร์เวลหลังจากนี้

*** บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญของหนัง Avengers : Endgame ดังนั้นผู้ที่ยังไม่ได้ดูหนัง จึงไม่ควรอ่าน เพื่ออรรถรสสูงสุดในการรับชม***

 

         
         สัปดาห์นี้ถนนทุกสายล้วนมุ่งหน้าไปสู่ Avengers : Endgame ตลอดช่วงเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา ทุกคนคงเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ผ่านตาในหน้า Feed ของโซเชียล ความฟีเวอร์ของหนังเรื่องนี้ ถึงขั้นโรงภาพยนตร์หลายที่ เหมาโรงไปทั้งหมดแบบไม่เหลือหนังเรื่องอื่นเลย แม้แต่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ที่ถือว่ามีจำนวนโรงมากที่สุดคือ 16 โรง เทโรงให้กับ Avengers ไปแล้วถึง 15 โรงทีเดียว (บ้าไปแล้ว) ซึ่งเชื่อว่า ถ้าเทให้หมดทั้ง 16 โรง คนดูก็ยังเต็มโรงอยู่ดี รวมถึงปรากฏการณ์การฉายหนังแบบ 24 ชั่วโมงอีกครั้ง อาทิ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน ที่มีรอบฉาย 03:30 น.หรือ ตีสามครึ่ง ปรากฏในตารางฉาย (และไม่น่าเชื่อว่ารอบดังกล่าว คนซื้อตั๋วเต็มจนเกือบถึงแถวหน้า) ดังนั้นคอลัมภ์ So Watch สัปดาห์นี้ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเขียนถึงหนังเรื่องนี้

 
Avengers : Endgame คือหนังที่เป็นเหมือนบทสรุปจักรวาล Marvel ทั้งหมด ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ผ่านภาพยนตร์ทั้งหมด 21 เรื่อง นับตั้งแต่ Iron Man ภาคแรก เมื่อปี 2008 มาจนถึง Captain Marvel เมื่อเดือนที่แล้ว มาจนถึงหนังเรื่องนี้ เส้นเรื่องทั้งหมด จะมาบรรจบ และสรุปเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ (เป็นส่วนใหญ่) สำหรับพล็อตหลักของ Avengers : Endgame ก็จะเป็นการเล่าเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วคือ Avengers : Infinity War เมื่อตัวร้ายหลักของจักรวาลอย่าง ธานอส ได้รวบรวมอัญมณีทั้ง 6 ชิ้น มารวมไว้ในมือได้สำเร็จ ทำให้สามารถดีดนิ้วใช้พลังตามที่ตนต้องการได้ นั่นคือ การกำจัดสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาล แล้วเขาก็ทำสิ่งนั้นจริงๆ ดังนั้น หนังภาคนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวหลังจากนั้น กลุ่มอเวนเจอร์ที่มีชีวิตเหลือ ต้องรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามมองหาทุกวิถีทางเพื่อ แก้ไขสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และกำจัดธานอส ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะแย่ไปกว่านี้


ปัญหาหลักสำหรับ Avengers : Endgame คือการที่หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ไม่ควรจะมีการรีวิวด้วยซ้ำ เพราะไม่สามารถหยิบยกส่วนใดๆของหนังมาเล่า แล้วไม่สปอยล์ได้จริงๆ เพราะจากตัวอย่างหนังและสปอตทีวีทั้งหมดที่ค่ายมาร์เวลปล่อยออกมา ถือว่าเป็นส่วนน้อยมากๆ จากหนังทั้งหมด อาจจะไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ โดยทางค่ายเผยว่า ทั้งภาพนิ่งและชิ้นงานโปรโมททั้งหมด 90% มาจาก 20 นาทีแรกของหนัง นั่นหมายความว่า อีก 2 ชั่วโมง 40 นาทีที่เหลือ คือสิ่งที่คุณจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และจะเห็นพร้อมๆกันในโรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ดังนั้นความสนุกในการดู Avengers : Endgame คือการที่คุณรู้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงการสปอยล์ อ่านเรื่องย่อ หรือกระทู้ต่างๆให้หมด แล้วคุณจะสนุกและเซอร์ไพรส กับ 3 ชั่วโมง 58 วินาทีของหนัง

 
ในช่วงวันแรกๆหลังจากหนังเข้าฉายได้มีโอกาสเขียนถึงความรู้สึกจากการดูหนังแบบไม่สปอยล์ หรือเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญไปแล้ว แต่สำหรับ So Watch ในสัปดาห์นี้ ขออนุญาตลงลึกถึงเรื่องราวทั้งหมดของ Avengers : Endgame สำหรับคนที่ดูหนังมาแล้ว จะได้ทราบคร่าวๆ ว่าหลังจากนี้ สถานการณ์หนังในจักรวาลมาร์เวลจะเป็นอย่างไรต่อ (ดังนั้น เตือนกันอีกครั้งนะครับ นับตั้งแต่ย่อหน้าต่อไป จะเริ่มสปอยล์แล้ว ใครยังไม่ได้ดู ยังยูเทิร์นทันนะครับ)


ในฐานะแฟนหนังของ Marvel ที่ติดตามจักรวาลนี้มายาวนานถึง 10 ปี ส่วนตัวยังยกให้ Captain America : Civil War เป็นหนังที่สมบูรณ์มากที่สุดของจักรวาลนี้ แต่ในแง่ของความฟินของแฟนๆ (ซึ่งผมคือหนึ่งในนั้น) Avengers : Endgame คือ ฟินที่สุดอย่างแน่นอน สำหรับแฟนประจำค่ายนี้ คือเอาไปเลย 10 10 10 เหมือนหนังทำมาเพื่อเซอร์วิส และเอาใจแฟนๆโดยเฉพาะ รู้ว่าแฟนคลับอยากเห็นอะไร อยากฟินแบบไหน ก็จัดมาให้ ไม่รู้ว่าคอหนังทั่วไป ที่ตามบ้าง ไม่ได้ตามบ้าง จะฟินเบอร์นี้หรือเปล่า แต่ถ้าคุณติดตามมาทุกเรื่อง ยังไงก็เพลิดเพลินขั้นสุดแน่นอน


--------------------------------------------------




         หนังเริ่มต้นองค์แรกด้วยการรับลูกมาจาก Avengers : Endgame เมื่อเหล่าบรรดาอเวนเจอร์กลุ่มที่เหลือ ต้องแบกรับความรู้สึกผิด ที่ไม่สามารถจัดการธานอสได้ จนทำให้สิ่งมีชีวิตครึ่งจักรวาลต้องหายไป รวมถึงเหล่าบรรดาซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย ในช่วงแรกนี้ น่าจะยังไม่มีอะไรมาก และก็ไม่เกินจากความคาดเดาของบรรดาแฟนๆ เพราะหลายฉากปรากฏอยู่ในตัวอย่างหนังแล้ว จนกระทั่งมหกรรมความไม่คาดคิด ได้เกิดขึ้น ทั้งการที่ธอร์สามารถตัดคอธานอสได้ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง งงละสิ ! ตัวร้ายตายตั้งแต่ 20 นาทีแรก แล้วจะยังไงต่อ รวมถึงการก้าวกระโดดเรื่องเวลาของหนัง ไปที่อีก 5 ปีข้างหน้าอีก ความสนุกและความเซอร์ไพรส์ต่างๆของหนัง จึงเริ่มต้นกันที่วินาทีนี้ เหมือนรถไฟเหาะที่กำลังจะลาดชันขึ้น และขึ้นลงด้วยความเร็วแบบสุดขีด จนแฟนๆสนุกแบบไม่หยุดหย่อน ในอีกไม่ช้า




         ในองค์ที่สอง เป็นช่วงที่ทีมอเวนเจอร์ ต้องแยกย้ายกันไป เพื่อตามหา Infinity Stone อีกครั้งในห้วงเวลาต่างๆ ความสนุกในช่วงนี้ เหมือนหยิบยืมเอาสไตล์ของหนังปล้น จำพวก Ocean's Eleven มาใส่ในหนังเรื่องนี้ เป็นการแบ่งทีมการวางแผน และขโมยของ มีฉากสนุกๆมากมาย ที่เกิดขึ้นจากการชิงไหวชิงพริบ ในส่วนนี้เอง จุดเด่นของมันอีกอย่าง กับการที่หนังพาเราย้อนกลับไประลึกถึงซีนสำคัญๆ ในหนังเก่าๆอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสงครามกลางเมืองนิวยอร์กใน Avengers ภาคแรก, ซีนการสูญเสียแม่ของธอร์ ในหนัง Thor : The Dark World รวมถึงฉากเปิดในหนังชุด Guardians of the Galaxy หนังพาผู้ชมกลับไปแวะเวียนเยี่ยมเยือนฉากเหล่านี้ พร้อมเล่นสนุกกับมัน ในแบบกึ่งๆล้อเลียนหนังด้วยซ้ำ ในพาร์ทนี้เองจึงเป็นความสนุกแบบที่แฟนๆของมาร์เวล ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอมาก่อน และเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เกินคาดจริงๆ



         แต่ที่พีคสุด และเป็นไฮไลท์หลักสุดของ Avengers : Endgame คงต้องยกให้องค์สุดท้ายของหนัง หรือชั่วโมงที่ 3 ของหนัง กับสงครามครั้งใหญ่ระหว่างทีมซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด และฝั่งของธานอส สำหรับแฟนหนังที่คิดว่าฉากต่อสู้ตอนท้ายของ Avengers แต่ละภาคใหญ่มากแล้ว ภาคนี้ถือว่าชนะกลบทุกภาคไปหมดเลย ด้วยปริมาณของเหล่าฮีโร่ ที่มาทิ้งท้ายกันแบบไม่กั๊ก สำหรับแฟนมาร์เวล ถือว่าตายตาหลับก็ซีนนี่แหละ ที่มันฟินแบบสุดๆ เรียกว่าการรอคอย การบิ้วตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ฉากนี้ถือว่าฟินสุดแล้ว ใน Marvel Cinematic Universe ทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่ทำให้ยิ่งพีคเข้าไปอีก คือการที่แฟนๆไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะมีฉากนี้ เพราะทุกครั้งที่ดูตัวอย่างหนัง Avengers ทั้ง 3 ภาคแรก ล้วนมีการใส่ฉากสงครามช่วงท้ายไว้ในตัวอย่างหนังทั้งหมด แม้จะนิดหน่อยก็ตาม แต่คราวนี้ ไม่มีการหลุดรอดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นระหว่างดูให้มากขึ้นไปอีก (ประหนึ่งแฟนๆถูกหวยกันแบบถ้วนหน้า)




         หน้าที่ของหนัง Avengers : Endgame คือมาเพื่อสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด นับตั้งแต่ Iron Man ภาคแรก สำหรับหน้าที่นี้ ถือว่าหนังทำได้ดีมาก แอบเกินคาดด้วยซ้ำในการปิดท้ายเรื่องราวแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทสรุปสำหรับ 6 ตัวละครหลัก ของทีมอเวนเจอร์รุ่นแรก หลังจากคาดเดากันไปต่างๆนานา ว่าใครจะตายในหนังเรื่องนี้ หลักจากเหล่าบรรดานักแสดงนำหลายคน ต่างออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะวางมือจากจักรวาลมาร์เวลแล้ว ปรากฏว่าหวยมาออกที่ โทนี่ สตาร์ก หรือ Iron Man ในที่สุด ซึ่งคิดว่าเป็นการเสียสละที่สมเหตุสมผลและเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง โทนี่ทุ่มเทมาทั้งชีวิตเพื่อปกป้องโลก และสำหรับการต่อกรกับวายร้ายที่ใหญ่สุดอย่าง ธานอส คนสำคัญที่สุดที่ต้องรับมือ คงหนีไม่พ้น โทนี่ สตาร์ก ถือว่าเป็นการปิดตำนาน Iron Man ได้อย่างสมบูรณ์และประทับใจมากที่สุด เท่าที่มาร์เวลจะทำได้




         ในส่วนของ Captain America นั้น ก่อนหน้านี้ คริส อีแวนส์ ก็เคยให้สัมภาษณ์เช่นกันว่าจะวางมือจากบทบาทนี้ ทำให้หลายคนคาดเดาว่า หรือจะเป็นกัปตันอเมริกา ที่จะไม่ได้ไปต่อ ปรากฏว่ามาร์เวลเลือกทางออกที่เวิร์คยิ่งกว่านั้น ด้วยการให้ สตีฟ โรเจอร์ มีชีวิตต่อ แต่ย้อนอดีตกลับไปใช้ชีวิตกับคนรัก หลังจากพลัดพรากกันไปตั้งแต่ Captain America ภาคแรก เป็นบทสรุปที่ลงตัวมาก สำหรับตัวละครนี้ เส้นทางชีวิตรัก ที่คลาดกันไปมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็มาบรรจบได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีการปูเส้นทางต่อไว้ให้ สำหรับ Captain America ที่จะรับหน้าที่ต่อโดยเพื่อนสนิท ซึ่งก่อนหน้านี้ดิสนีย์ได้มีการประกาศสร้างซีรีส์ Falcon และ The Winter Soldier กันไว้ จึงไม่แน่ใจว่าจะมีใครหยิบเอาชุดของกัปตันอเมริกามาใช้ต่อหรือไม่ แต่ถ้าในฐานะหนังเดี่ยว Captain America ที่เป็นคนอื่นแสดงแทน น่าจะเป็นการยาก ที่คนดูจะสลัดภาพ คริส อีแวนส์ ไปได้ หลังอยู่คู่กับคนดู ตลอดสิบปีที่ผ่านมา



         อีกหนึ่งนักแสดงที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า จะวางมือจากจักรวาลมาร์เวล นั่นคือ มาร์ค รัฟฟาโล่ ในบทของ บรู๊ซ แบนเนอร์ หรือ Hulk สิ่งที่น่าติดตามคือ สำหรับตัวละครนี้ในหนัง Avengers : Endgame ไม่ได้มีบทสรุปที่ชัดเจนนัก แถมตัวละครนี้ ยังสร้างสีสันในมุมตลกให้กับหนังมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ Thor : Ragnarok จึงมีโอกาสเป็นไปได้สูง ที่ตัวละครนี้ จะกลับมาสร้างสีสัน ในบทสมทบให้กับหนังเรื่องอื่นๆในอนาคต แล้วถ้าเป็นไปได้ อาจจะมีการคัดเลือกนักแสดงมารับบทแทน เพราะในช่วงต้นของจักรวาลมาร์เวล ก็เคยมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงจาก เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน มาเป็น มาร์ค รัฟฟาโล่แล้ว ส่วนโอกาสสำหรับหนังเดี่ยวของ Hulk นั้น อาจจะค่อนข้างยากในจุดนี้ เพราะหนังเดี่ยวเวอร์ชั่นที่แล้ว ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร




         นอกจาก Iron Man แล้ว อีกหนึ่งตัวละครทีมหลัก ที่เสียสละและจากไปใน Avengers : Endgame คือ แบล็ควิโดว์ ของสการ์เล็ต โจแฮนสัน ซึ่งในบรรดาทีมอเวนเจอร์ ถือว่าเธอเป็นตัวละครที่โดดเดี่ยวมาโดยตลอดตั้งแต่แรก เธอไม่มีครอบครัว เธอไม่มีคนรัก มีเพียงเหล่าอเวนเจอร์เท่านั้น ดังนั้นการตัดสินใจเสียสละ จึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดคิด รวมถึงแฟนๆอาจจะไม่ได้ช็อคมากเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้ มีการประกาศสร้างหนังเดี่ยวของ Black Widow ไปแล้ว นั่นหมายความว่า การจากไปคราวนี้ แม้ในเส้นเรื่องหลังจากนี้ เราจะไม่ได้เห็นเธออีก แต่เราจะยังได้เจอเธอ ในหนังภาคแยกที่ย้อนกลับไปเล่าต้นกำเนิดของ Black Widow ซึ่งมีรายงานว่า จะเล่าในสไตล์หนังแอคชั่นสายลับผสมการเมือง แบบเดียวกับ Jason Bourne ซึ่งคาดว่าจะได้ชมกันปีหน้า




         สำหรับตัวละคร Hawkeye ของเจเรมี่ เรนเนอร์ หลังจากไม่ปรากฏตัวใน Avengers : Infinity War มาในภาคนี้ถือว่าให้ความสำคัญอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง ที่เล่าถึงปมในใจที่ต้องสูญเสียครอบครัวไป จนพัฒนาตัวละครจาก Hawkeye กลายมาเป็น Ronin เป็นอีกตัวละครจากทีมหลัก ที่นอกจากจะได้ไปต่อแล้ว เราจะได้เจอกับเขาในรูปแบบของซีรีส์อีกด้วย หลังจากก่อนหน้านี้มีการประกาศสร้างซีรีส์ Hawkeye เพื่อฉายทาง Disney+ บริการสตรีมมิ่งของดิสนีย์ ดังนั้น สิ่งที่ต้องมาติดตามกัน คือ ซีรีส์จะเล่าตัวละครนี้ในแบบ Hawkeye ย้อนไปเล่าเส้นเรื่องในอดีต (แบบ Black Widow) หรือให้เป็น Ronin โดยเล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์ใน Avengers : Endgame ไปเลย




         ในกลุ่มตัวละครทีมอเวนเจอร์ต้นฉบับทั้ง 6 คน คนที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงเยอะสุด และเซอร์ไพรส์แฟนๆมากที่สุด คือ Thor ของ คริส เฮมส์เวิร์ท ที่ดีลกับความเศร้าในอดีตไม่ได้ จนปล่อยตัวให้ทรุดโทรมลงพุง ซึ่งในช่วงหลังที่ผ่านมา นับตั้งแต่ Thor : Ragnarok คาแร็คเตอร์นี้ ถูกปรับให้ตลกมากขึ้น ซึ่ง Avengers : Endgame ก็รับมุกนี้ต่อเนื่องมา พร้อมกับปมเรื่องการก้าวผ่านความผิดพลาด ความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจ สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ในกลุ่มอเวนเจอร์ทีมหลัก เขาคือตัวละครที่มีบทสรุปแบบเปิดกว้างที่สุด สามารถไปต่อได้ในหลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นหนัง Thor ภาค 4 ซึ่งมีรายงานว่า มาร์เวลสนใจจะสร้าง รวมถึงในตอนท้ายของ Avengers : Endgame ที่ธอร์ขึ้นยานไปกับกลุ่ม Guardians of the Galaxy ถ้าตัวละครนี้ไปโผล่ในหนังภาคสาม ก็จะสร้างสีสันได้อย่างมาก เพียงแต่ว่า เจมส์ กันน์ ได้เขียนบทเผื่อตัวละครนี้ไว้หรือไม่ ก็ต้องลองติดตามกัน




         สำหรับกลุ่มตัวละครรอง ที่สร้างสีสันและมีบทบาทสำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้น Ant-Man อีกตัวละครที่ไม่ปรากฏตัวในหนัง Avengers ภาคที่แล้ว และถูกวางบทบาทสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ในภาคนี้ ด้วยคาแรคเตอร์ที่ค่อนข้างตลกอยู่แล้ว ช่วยเพิ่มอารมณ์สนุกสนานได้อย่างมาก นอกจากนี้ อีกตัวละครที่ขยับขึ้นมามีบทบาทเยอะมาก คือ เนบูล่า ของ คาเรน กิลเล่น ที่ใน Guardians of the Galaxy เริ่มจากบทสมทบมากๆ แต่ถูกขยับมามีความสำคัญแทบจะมากที่สุดใน Endgame ด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นอีกตัวละครที่มีพัฒนาการ และมีมิติพอสมควร




สรุปแล้ว คงไม่ต้องเชียร์ให้ใครไปดู Avengers : Endgame หรอก เพราะคงดูกันอยู่แล้ว แค่จะแนะนำสั้นๆว่า ถ้ามีโอกาส ทบทวนหนังมาร์เวลทั้งหมดก่อนไปดู จะดีมาก ถ้าเปรียบเทียบคือ เหมือนไม่รู้หรอกว่าอะไรจะออกสอบ หรือรู้ทั้งหมดมาก่อนจะฟินแบบครบๆ ในขณะเดียวกัน ควรรู้เกี่ยวกับหนังภาคนี้ให้น้อยที่สุด นอกจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา ระวังอย่าไปอ่าน หรือดูอะไรทั้งสิ้น ความฟินของภาคนี้ส่วนใหญ่ คือความเซอร์ไพรส์ ยิ่งรู้เกี่ยวกับ Endgame น้อย จะยิ่งสนุกขึ้น


ท้ายที่สุด คงต้องบอกว่า สำหรับวงการภาพยนตร์ Avengers : Endgame คือความสำเร็จแบบครบด้าน ไม่แน่ใจว่าจะมีใครสร้างหนังแล้วมันฟิน มันยิ่งใหญ่ มันมีดาราเกรดเอ มาร่วมจอกันได้มากขนาดนี้อีก ปรบมือให้ทีมมาร์เวลทุกคน หนังเรื่องนี้คือประวัติศาสตร์ที่แท้จริง

 

**************************************

 

โปรเจคหนังมาร์เวลหลังจาก Avengers : Endgame

 

         หลังจาก Avengers : Endgame มีหนังเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่มีการวางโปรแกรมฉายไว้ล่วงหน้าแล้ว นั่นคือ Spider-Man : Far From Home ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางมาร์เวลได้ออกมาเผยว่า เรื่องราวทั้งหมดในหนัง จะเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ Avengers : Endgame จบ โดยในภาคนี้จะเป็นครั้งแรกที่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ จะได้ไปนอกอเมริกาในหนังเดี่ยวของตัวเอง เพราะนับตั้งแต่สมัย โทบี้ แมคไกวร์ ก็ยังไม่เคยมีหนังเดี่ยว Spider-Man เรื่องไหน ได้ไปยุโรปเลย โดยอีกหนึ่งความน่าสนใจของภาคนี้ คือการได้ แซมมวล แอล.แจ็คสัน กลับมารับบทเป็น นิค ฟิวรี่ อีกครั้งในเรื่องนี้ มาทำหน้าที่เป็นเหมือนอาจารย์แทน โทนี่ สตาร์ก ซึ่งไม่สามารถกลับมาดูแลปีเตอร์ได้แล้ว ซึ่งคอหนังก็คาดเดากันว่า นอกจากภาคนี้แล้ว จะมีการประกาศสร้างภาค 3 ของ Spider-Man เวอร์ชั่น ทอม ฮอลแลนด์ ตามมาอย่างแน่นอน

 

ตามข่าวมีรายงานว่า โปรเจคที่ทางมาร์เวลสตูดิโอได้ไฟเขียวอนุมัติสร้างแล้วอย่างแน่นอน ประกอบด้วย Doctor Strange 2 ซึ่งได้ เบเนดิกท์ คัมเบอร์แบชต์, ราเชล แมคอดัมส์ และเบเนดิกท์ หว่อง กลับมารับบทนำเช่นเดิม รวมถึงโปรเจ็คหนังเดี่ยวของ Black Widow ซึ่งจะย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวสมัยที่ นาตาชา ยังคงเป็นสายลับของรัสเซีย ก่อนที่จะมาเจอทีมอเวนเจอร์ ซึ่งคาดว่าสองเรื่องนี้ อาจจะฉายภายในปี 2020-2021 ส่วนโปรเจ็ค Guardians of the Galaxy Vol.3 นั้น ล่าสุดเพิ่งได้ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ กลับมาทำหน้าที่กำกับอีกครั้ง คาดว่ากว่าจะได้ฉายคือ ซัมเมอร์ ปี 2022 เลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ มาร์เวลสตูดิโอ ยังได้อนุมัติสร้าง หนังสองเรื่องที่เป็นตัวละครใหม่ ซึ่งไม่เคยสร้างเป็นหนังใหญ่มาก่อน ประกอบด้วย The Eternals มนุษย์สายพันธุ์เทพเจ้า ซึ่งมีรายงานว่า กำลังเจรจาให้ แอนเจลิน่า โจลี่ มารับบทนำ รวมถึงโปรเจ็ค Shang-Chi ซูเปอร์ฮีโร่ที่เก่งด้านกังฟู ซึ่งคาดว่าจะใช้ทีมงานและนักแสดง เป็นชาวเอเชียทั้งหมด

 

สำหรับตัวละครเดิมที่แม้จะยังไม่มีการประกาศสร้าง แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ประกอบไปด้วย Captain Marvel 2, Black Panther 2 รวมถึง Ant-Man 3 แต่จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร คาดว่าภายในปีนี้ จะมีการประกาศแผนงานหนัง 5 ปี จากมาร์เวลอย่างแน่นอน


**************************************

 SO WATCH

BY GOSSIPGUN


 

บันเทิง