SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


10 เรื่องน่ารู้ก่อนไปดู Pokemon : Detective Pikachu

หลังจาก Avengers : Endgame หนังโปรแกรมยักษ์เรื่องต่อไปที่กำลังจะเข้าฉายให้ได้ชมกันก็คือ Pokemon : Detective Pikachu ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตัวละครโปเกม่อนจะมาโลดแล่นบทจอหนังในรูปแบบของ Live-Action คือการที่คนแสดงผสมผสานกับตัวละครแอนิเมชั่น หลังจากก่อนหน้านี้ เคยเป็นหนังใหญ่แบบการ์ตูน 2 มิติเท่านั้น และเป็นงานสร้างของฝั่งญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นหนังฮอลลีวู้ดแบบเต็มตัว ที่โปรดิวซ์ร่วมกับบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จากฝั่งญี่ปุ่น ส่วนรายละเอียดความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ จะมีอะไรบ้าง คอลัมภ์ So Watch สัปดาห์นี้ ได้รวบรวม 10 เรื่องที่น่าอ่านก่อนไปดู Pokemon : Detective Pikachu มาฝากกัน (หรือจะดูมาแล้ว ก็อ่านได้นะครับ)



หนังใหญ่ของโปเกม่อนเรื่องแรกที่ฮอลลีวู้ดสร้าง

เผลอแป้ปเดียว พวกเรารู้จักโปเกม่อนกันมานานเกือบ 20 ปีแล้ว หลายคนโตมากับการดูการ์ตูนหรือเล่นเกมส์โปเกม่อนตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งวันนี้ เจ้าพิคาชู (โปเกม่อนตัวสีเหลืองสุดมุ้งมิิ้ง) กำลังจะมีหนังใหญ่ในรูปแบบ Live-Action เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก

 

          โปเกม่อนถือกำเนิดครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1995 โดย ซาโตชิ ทาจิริ นักออกแบบเกมส์ ที่ปัจจุบันเป็นถึงซีอีโอของ Game Freak บริษัทที่ทำหน้าที่พัฒนาวีดีโอเกมส์ และเขาเองยังนั่งแท่นเป็น Executive Producer ของหนังเรื่องนี้อีกด้วย โปเกม่อนเริ่มเป็นที่รู้จักจากการเป็นวีดีโอเกมส์ในเกมส์บอย หลังจากนั้นไม่นาน ในปี 1997 โปเกม่อนก็เริ่มออกอากาศในรูปแบบ อนิเมะซีรีส์ และในปีต่อมาหนังใหญ่เรื่องแรกอย่าง Pokemon : The First Movie ก็ออกฉาย ในญี่ปุ่น และข้ามทะเลไปฉายในอเมริกาปีถัดมา จนสามารถครองอันดับ 1 ของ US Box Office ได้สำเร็จ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่หนังต่างประเทศ จะสามารถมาทำเงินระดับครองแชมป์ในสหรัฐฯได้ เป็นการพิสูจน์ว่า โปเกม่อน นั้นได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากทั่วโลกอย่างแท้จริง

 

                   สำหรับโปรเจ็คหนัง Pokemon : Detective Pikachu นั้น เริ่มต้นพัฒนาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 เมื่อค่ายหนังฝั่งฮอลลีวู้ดอย่าง เลเจนดารี่ พิคเจอร์ เซ็นสัญญาร่วมกับ เดอะ โปเกม่อน คอมปานี ในการร่วมกันสร้างหนัง โปเกม่อน ฉบับฮอลลีวู้ดเป็นครั้งแรก ด้วยวิธีการสร้างแบบ Live-Action คือใช้คนแสดงจริงๆผสมผสานกับเทคนิคพิเศษโดยคอมพิวเตอร์ สร้างสรรค์ตัวละครโปเกม่อน ให้ออกมาในแบบแอนิเมชั่นสามมิติ มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น

****************

 ส้นเรื่องจากวีดีโอเกมส์ แม้ไม่เคยเล่นก็ดูหนังได้



            โดยหนัง Pokemon : Detective Pikachu ยึดตัวละครและรูปแบบมาจากวีดีโอเกมส์ Detective Pikachu ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา ที่ผู้เล่นนั้น จะต้องจับคู่กับพิคาชูที่พูดได้ เพื่อไขปริศนาในคดีต่างๆ ในฉบับหนังใหญ่นี้ก็เช่นกัน โดยหนังจะโฟกัสที่ตัวละคร ทิม กู้ดแมน เด็กหนุ่มวัย 21 ปี ที่มีความฝันเคยอยากจะเป็น โปเกม่อน เทรนเนอร์ แต่แล้วชีวิตเขาก็ต้องพลิกผัน เมื่อคุณแม่เสียชีวิตจากโรคร้าย ส่วนพ่อของเขาที่เป็นตำรวจ ก็ย้ายไปทำงานที่ไรม์ซิตี้ เมืองที่มนุษย์กับเหล่่าบรรดาโปเกม่อน อยู่ด้วยกันอย่างปกติ ต่างจากเมืองอื่นๆที่โปเกม่อนต้องอาศัยอย่างแบ่งแยกอยู่ในป่า

 

          เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทิม ได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานตำรวจไรม์ซิตี้ว่าพ่อของเขาเสียชีวิต ขณะปฏิบัติภารกิจ ทำให้เขาเดินทางมายังเมืองนี้ และพบเบาะแสบางอย่าง ที่ทำให้เขาเชื่อว่า พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ที่ไหนซักแห่ง โดยในขณะที่เขากำลังค้นห้องพักของพ่อ ทำให้เจอกับ พิคาชู โปเกม่อนคู่หูของพ่อ ซึ่งสิ่งที่ประหลาดยิ่งกว่า คือเขาสามารถสื่อสาร พูดคุยกับโปเกม่อนตัวนี้รู้เรื่อง ทั้งสองเรื่องออกเดินทางด้วยกัน ไปเพื่อค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับพ่อของเขา

 

          นอกจากนี้ทั้งคู่ยังได้รับความช่วยเหลือจาก ลูซี่ สตีเว่น นักข่าวสาวจอมขุดคุ้ยคดี ที่กำลังตามสืบเรื่องราวการหายตัวไปของพ่อทิม ซึ่งเธอเชื่อว่า มีเงื่อนงำบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และอาจพัวพันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ทรงอิทธิพลในไรม์ซิตี้ก็เป็นอันได้ ในขณะที่พวกเขากำลังใกล้จะพบเจอกับความจริง พวกเขาก็กำลังเสี่ยงชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ


***************

 
หนังได้ผู้กำกับที่ถนัดหนังสำหรับเด็กมาคุมโปรเจ็ค

 

          ในขั้นตอนการสร้างนั้น ทางค่ายหนังได้เล็งให้ผู้กำกับหลายคนมาดูแลโปรเจ็ค ไม่ว่าจะเป็น จอน แฟฟโรว์ จาก Iron Man, ทิม มิลเลอร์ จาก Deadpool รวมถึง โรเบิร์ต โรดริเกซ จาก Alita : Battle Angel แต่ท้ายที่สุดงานนี้ของตกเป็นของ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน ผู้กำกับที่ถนัดในการทำหนังสำหรับเด็ก ซึ่งมีความแฟนตาซีและเทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมผสาน

 

         
            ร็อบ เล็ตเตอร์แมน เริ่มต้นจากการทำงานสายภาพยนตร์แอนิเมชั่นมาก่อน ดังนั้นเขาจึงถนัดงานภาพที่เล่าโดยการใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ผลงานเด่นๆของเขา คือแอนิเมชั่นค่ายดรีมเวิร์ค อย่าง Shark Tale และ Monster Vs. Aliens หลังจากนั้น เขาก็ได้ขยับมากำกับหนังที่มีคนแสดงนำ แต่ก็ยังมีความโดดเด่นเรื่องเทคนิคงานสร้าง ของ Gulliver's Travels และ Goosebumps (ซึ่งนำแสดงโดย แจ็ค แบล็ค ทั้งคู่) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องหลัง ที่ในหนังมีตัวละครที่สร้างจาก CG เพียบ ไม่ต่างจาก Pokemon : Detective Pikachu เลย ดังนั้นการสร้างฉากที่คนแสดงร่วมงานตัวละครจาก CG นั้น จึงถือว่าเป็นงานถนัดของเขาก็ว่าได้


*****************


ไรอัน เรย์โนลด์ ไม่ได้แค่พากย์ แต่แสดงสีหน้าด้วย


          สิ่งที่ฮือฮาที่สุดในหนังเรื่องนี้ เห็นจะเป็นการที่ได้ ไรอัน เรย์โนลด์ พระเอกสุดเกรียนจากหนัง Deadpool มาพากย์เสียงเป็น นักสืบพิคาชู ตัวละครหลักที่เป็นคู่หูกับน้องทิม กู้ดแมน พระเอกของเรื่องที่ต้องออกตามหาพ่อ ซึ่งงานพากย์เสียงตัวละครแอนิเมชั่นนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของพระเอกคนนี้ เพราะเขาเคยพากย์เสียงมาแล้วในหนังแอนิเมชั่นเรื่อง The Croods และ Turbo ของค่ายดรีมเวิร์ค รวมถึงพากย์เสียงเป็นหลายตัวละครในหนังเรื่อง The Voice หนังตลกร้ายที่เขารับบทนำอีกด้วย

 

         
             สำหรับบทนักสืบพิคาชูนี้ ไรอัน เรย์โนลด์ เอาชนะนักแสดงหลายคน ที่ทางค่ายหนังเล็งไว้ ไม่ว่าจะเป็น แดนนี่ เดอวิโต้, ดเวย์น จอห์นสัน, มาร์ค วอห์ลเบิร์ก รวมถึง ฮิวจ์ แจ็คแมน อีกด้วย ซึ่งความพิเศษของบทบาทนี้ ไม่ใช่แค่ ไรอัน จะพากย์เสียงเท่านั้น เขายังแสดงท่าทางผ่านเทคนิค โมชั่นแคปเจอร์ อีกด้วย ดังนั้นสีหน้าและท่าทางของเจ้าพิคาชู จึงเกิดจากการแสดงของหนุ่มไรอันทั้งสิ้น และถูกนำไปเปลี่ยนในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้กลายเป็นสีหน้าของพิคาชู ดังนั้น ทั้งสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง จึงไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

***************


การสร้างสรรค์โปเกม่อนในหนังเรื่องนี้

 

          ในช่วงเวลาที่หนังประกาศสร้างนั้น ในโลกของโปเกม่อน มีการออกแบบสร้างสรรค์ตัวละครทั้งในวีดีโอเกมส์และอนิเมะมากถึง 800 ตัว ครั้นจะมาปรากฏตัวทั้งหมดในภาพยนตร์เวอร์ชั่นนี้ คงจะเป็นไปไม่ได้ จึงมีการคัดเลือกตัวละครโปเกม่อน ที่น่าจะสร้างสีสัน มาอยู่ในหนังทั้งหมดประมาณ 60 ตัว โดยนอกจากพิคาชู ซึ่งเป็นตัวละครนำแล้ว จะมีโปเกม่อนที่มีบทบาทในการดำเนินเรื่องอยู่ประมาณ 10 ตัว แต่จะมีตัวไหนมาปรากฏบ้างนั้น ต้องไปติดตามกันในหนัง

 

          และเพื่อความสมจริงของเหล่าบรรดาโปเกม่อน งานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกของหนังเรื่องนี้ เลยใช้บริการบริษัทยักษ์ใหญ่หลายเจ้าในการผลิต ซึ่งทีมงานส่วนใหญ่เคยผ่านผลงานหนังที่เด่นด้านนี้อย่าง The Jungle Book, The Lion King และ Fantastic Beasts and Where To Find Them มาแล้ว ซึ่งผู้กำกับ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน เปิดเผยว่า เขาพยายามจะสร้างตัวละครเหล่านี้ให้ออกมามีสีสันและมีีชีวิตชีวามากที่สุด แบบเดียวกับตัวละครร็อคเก็ตใน Guardians of the Galaxy


***************

นำแสดงโดย พระเอก-นางเอก หน้าใหม่วัยทีน

 

          แน่นอนว่าจุดเด่นสุดของหนังเรื่องนี้ คือการได้ ไรอัน เรย์โนลด์ มานำทีมในบทของพิคาชู แต่ในส่วนของนักแสดงนั้น ก็ยังมีทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มาร่วมจอกันหลายคน ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ จัสติซ สมิธ ในบทบาทของ ทิม กู้ดแมน ซึ่งน้องแจ้งเกิดจากบทบาทในหนังวัยรุ่นเรื่อง Papers Town ก่อนที่จะมาแสดงในหนังใหญ่อย่าง Jurassic World : Fallen Kingdom ส่วนนางเอกของเรื่องนั้น ได้ แคทเธอรีน นิวตัน จากหนังตลกเรื่อง Blockers มาสวมบทบาทนี้ ซึ่งเธอมีบทบาทในซีรีส์รวมนักแสดงอย่าง Big Little Lies อีกด้วย

          สำหรับรุ่นใหญ่ที่มาร่วมแจมในหนังเรื่องนี้ ประกอบด้วย เคน วาตานาเบ้ ในบทของสารวัตรโยชิดะ ถือว่าเป็นนักแสดงอีกคนที่มักปรากฏตัวในหนังฮอลลีวู้ดที่มีกลิ่นอายความเป็นเอเชียเข้ามาผสม อย่าง The Last Samurai, Memoirs of a Geisha และ Godzilla


            แถมด้วย บิล ไนท์ฮีย์ นักแสดงรุ่นใหญ่ปากจัดแต่ใจดี ที่มักแสดงในหนังรักโรแมนติกจากฝั่งอังกฤษอย่าง Love Actually และ About Time มาในบทของ ฮาเวิร์ด คลิฟฟอร์ด มหาเศรษฐีที่สร้างไรม์ซิตี้ขึ้นมา ชายผู้ที่เชื่อว่า มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับโปเกม่อนได้อย่างสงบสุข


***************

เมื่อคนดังแวะเวียนมารับเชิญในหนัง

 

        
            นอกจากทีมนักแสดงนำแล้ว ต้องบอกว่า Pokemon : Detective Pikachu เป็นหนังที่แอบมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย ถ้าใครตาไวก็จะได้เห็น รวมถึงบรรดานักแสดงรับเชิญอีกด้วย ที่มีคนดังจากหลายวงการโผล่มา อาทิ ริต้า ออร่า นักร้องชื่อดัง ที่โผล่ในบทของนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะปรากฏตัวในหนังแล้ว เธอยังร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ที่ทำงานร่วมกับดีเจชื่อดังอย่าง Kygo อีกด้วย

             นอกจากนี้ ดีเจในแวดวง EDM อีกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในหนังเรื่องนี้ คือ Diplo แต่ไม่ได้มาทำเพลงประกอบแต่อย่างใด เขาปรากฏตัวในหนังในบทบาทของดีเจ ที่เปิดเพลงในสนามประลองการต่อสู้กันระหว่างเหล่าโปเกม่อน และแขกรับเชิญอีกคน ที่มาจากแวดวงแฟชั่น คือ ซูกิ วอเทอร์เฮ้าท์ โผล่มารับเชิญในบทของมิสนอร์แมน ผู้ช่วยประจำตัวของ ฮาเวิร์ด ชายที่ให้กำเนิดไรม์ซิตี้ เมืองที่เป็นสถานที่หลักของหนังเรื่องนี้นั่นเอง


****************


ตัวอย่างแรก สร้างกระแสในโลกออนไลน์

 

          สำหรับตัวอย่างเวอร์ชั่นแรกของหนัง Pokemon : Detective Pikachu ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งไม่นานหลังจากปล่อย ก็กลายเป็นเทรนด์ทั้งใน YouTube ติดท็อปเทรนด์ใน Twitter รวมถึงภาพจากหนังก็ถูกนำไปดัดแปลง ปล่อยเป็น Meme มากมายใน Facebook โดยภายใน 24 ชั่วโมงแรก มีผู้ชมเข้าชมตัวอย่างหนังมากกว่า 100 ล้านครั้ง ผ่านทุกช่องทางที่ปล่อยออกไป

 

         
          นอกจากยอดผู้เข้าชมแล้ว แน่นอนว่าการพูดถึงตัวอย่างหนัง ก็กลายเป็นกระแสเช่นกัน โดยในวันแรกที่มีการปล่อยตัวอย่างแรก มีการพูดถึงหนังเรื่องนี้ใน Twitter มากถึง 400,000 ข้อความ ถือว่าเป็นยอดการทวีตระดับสถิติเลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่จะชื่นชอบถึงความน่ารักและการตีความตัวละครพิคาชู ซึ่งทำออกมาได้ถูกใจแฟนๆเป็นอย่างมาก


***************


คะแนนคำวิจารณ์ออกมาในแง่บวกเป็นส่วนใหญ่

 

                สำหรับกระแสของ Pokemon : Detective Pikachu จากรอบนักวิจารณ์นั้น บทความรีวิวภาพยนตร์ส่วนใหญ่ออกมาในแง่บวก โดยหนังได้รับคำชมประมาณ 71% ของบทความทั้งหมด

 

           ส่วนตัวหลังจากได้ชมภาพยนตร์แล้ว พบว่าหนังมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันไป สิ่งที่ดีและสร้างสีสันที่สุดให้กับหนัง ก็คือเหล่าบรรดาตัวละครโปเมก่อน ในหนังนั่นเอง ที่แต่ละตัวนั้น ต่างมีสีสันและเติมแต่งความสนุกให้กับหนังได้ตลอดทั้งเรื่อง ที่เป็นหัวใจหลักและโดดเด่นที่สุด คงหนีไม่พ้น ตัวละครพิคาชู ซึ่งทั้งน่ารักและกวนได้ใจ ผ่านการแสดงและให้เสียงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ ที่หลายคนแบบแซวว่า นี่คือ Deadpool เวอร์ชั่นย่อไซส์หรือไม่ เพราะมันช่างมุ้งมิ้ง แต่ก็น่าหยิกเสียเหลือเกิน นอกจากนี้ หนังยังมีพิคาชู อีกหลายตัว ที่โดดเด่น แต่ที่ขโมยซีนแบบสุดๆ คือเจ้าเป็ดหน้าตายตัวสีเหลือง ที่ชื่อว่า ไซดั๊ก ซึ่งเป็นโปเกม่อนคู่ใจของนางเอก ซึ่งหนังเองก็ช่างเลือกมันมามีบทบาทเสียเหลือเกิน ด้วยคาแร็คเตอร์ที่หน้านิ่ง ทำให้มันมีมุมฮาๆอยู่เพียบ และกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพิคาชู เมื่อถึงคราวที่พระเอกกับนางเอกที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจด้วยกัน ทำให้โปเกม่อน สองตัวละครต้องเจอกันโดยปริยาย ซึ่งซีนระหว่างทั้งคู่คือตลกมาก

         

              จากส่วนของโปเกม่อนที่สร้างสีสันให้กับหนัง กลายเป็นว่าจุดด้อยของหนังคือบรรดาตัวละครฝั่งมนุษย์ โดยเฉพาะน้องพระเอกอย่าง จัสติซ สมิธ ที่พลังการแสดงยังไม่มากพอที่จะดึงดูดผู้ชมได้ตลอดทั้งเรื่อง ส่วนรุ่นใหญ่ก็มีพลังในการแสดงก็บทบาทน้อยเสียเหลือเกิน มีเพียง แคทเธอรีน นิวตัน ที่มีแสดงดึงดูดได้อย่างดี อีกประเด็นที่นักวิจารณ์ติติงกันเยอะ คือปมปริศนาในเรื่อง ซึ่งหนังเดินเรื่องสไตล์หนังนักสืบทั่วไป ที่ต้องคลี่คลายปมสำคัญในหนัง ซึ่งในเรื่องนี้นั้น ถือว่าปมดังกล่าว ไม่ได้ยากซับซ้อนเกินคาดเดา ทำให้จุดนี้ กลายเป็นส่วนที่ยังไม่แข็งแรงและหนักแน่นพอ


***************


ประกาศสร้างภาคต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

          แม้ว่าหนังเพิ่งจะเข้าฉายสุดสัปดาห์นี้ แต่ด้วยความมั่นใจว่าจะทำรายได้อย่างงดงาม ทำให้ทางลีเจนดารี่ พิคเจอร์ ประกาศสร้างภาคต่อของ Pokemon : Detective Pikachu เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยดึงเอา โอเรน อูเซล มือเขียนบทจาก 22 Jump Street และหนัง Live-Action จากวีีดีโอเกมส์ ที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง Sonic The Hedgehog มาทำหน้าที่ร่างบทแรก

 

          โดยนักวิเคราะห์มองว่า  Pokemon : Detective Pikachu น่าจะเปิดตัวในอเมริกาสุดสัปดาห์นี้ราว 55-70 ล้านเหรียญฯ บางกระแสก็มองว่าอาจเปิดตัวไกลถึง 100 ล้านเหรียญฯ เลยทีเดียว เนื่องจากไม่มีหนังใหญ่เรื่องไหนเป็นคู่แข่ง นอกจาก Avengers : Endgame ที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ในการเข้าฉายแล้ว และกระแสก็เริ่มจะลดลงตามลำดับ เนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่ดูไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


***************


SO WATCH
BY GOSSIPGUN


บันเทิง