SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


Aladdin ฉบับคนแสดง ที่เล่นใหญ่ใส่เต็ม

HIGHLIGHTS

 

  • ตัวอย่างหนังของ Aladdin ฉบับคนแสดงที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อเรียกน้ำย่อยแฟนๆ กลับเรียกคำด่าแทน เพราะมนต์เสน่ห์ของหนังขาดหายไป แถมตัวละครจินนี่ ในแบบฉบับของ วิล สมิธ ก็ดูประหลาดเสียเหลือเกิน จนแฟนๆลุ้นกันหนัก ว่าหนังเวอร์ชั่นเต็ม จะพังแบบเดียวกับตัวอย่างหนังหรือไม่

 

  • ความเสี่ยงของ Aladdinในฉบับคนแสดงนั้น คือการเลือกนักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียงมารับบทนำ เพื่อความเหมาะสมด้านเชื้อชาติของตัวละคร ซึ่งงานนี้ถือว่าหินมาก เพราะมีนักแสดงมาทดสอบบท อะลาดินและจัสมิน กว่า 2,000 คน และดิสนีย์ใช้เวลานานถึง 4 เดือนในการเลือกคนมารับบทพระเอก-นางเอกในหนังเรื่องนี้

 

  • อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังเปิดฉายไปแล้ว กลับได้รับคำชมที่เข้ามาเกินคาด ทั้งในส่วนของนักแสดง ฉากแอ็กชั่น ฉากตลก และที่สำคัญที่สุด คือฉากเพลง โดยแต่ละองค์ประกอบ ก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป

 

ที่มาของ Aladdin เวอร์ชั่นนี้

 

          สำหรับคอหนังคงไม่แปลกใจ ที่ได้เห็น Aladdin เวอร์ชั่นคนแสดงเกิดขึ้น เพราะหลังจากความสำเร็จของกองทัพหนังดิสนีย์ ที่รีเมกมาจากการ์ตูนคลาสสิกในอดีต ไม่เร็วก็ช้า คงจะถึงคิว Aladdin นำกลับมาขึ้นจอในที่สุด

 

          แต่ความยากของหนัง Aladdin เวอร์ชั่นคนแสดงคงหนีไม่พ้นการคัดเลือกนักแสดงมารับบทนำ เพราะการ์ตูนคลาสสิคที่ถูกนำมารีเมกก่อนหน้านี้ อย่าง Cinderella และ Beauty and the Beast มาพร้อมกับตัวละครสัญชาติตะวันตก ดังนั้นคงไม่ยากที่จะเลือกนักแสดงจากดาราที่มีชื่อเสียง เช่นเดียวกับ The Jungle Book หรือ The Lion King ที่ตัวละครส่วนใหญ่ล้วนเป็นสัตว์ ดังนั้นจึงเกิดการสร้างตัวละครเหล่านี้ขึ้น ด้วยงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ต่างจากหนัง Aladdin ที่ต้องตามหานักแสดงชาย-หญิง ในวัย 20 ปีกว่าๆ สัญชาติอินเดียหรืออาหรับ มารับบทนำ ที่สำคัญพวกเขาต้องมีเสน่ห์ ต้องสามารถแสดงภาพยนตร์ได้ และสามารถร้องเพลงได้ด้วยอีกต่างหาก เพราะ Aladdin เวอร์ชั่นนี้ เป็นหนังมิวสิคัล อัดแน่นด้วยเพลงตั้งแต่ต้นจนจบ ใกล้เคียงกับหนังต้นฉบับ

 

          มีรายงานว่าดิสนีย์ให้นักแสดงกว่า 2,000 คน มาเข้าการคัดเลือก เพื่อหาคนที่ใช่ที่สุดสำหรับบท "อะลาดิน และ จัสมิน" ซึ่งเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ยากถึงขนาดที่ว่า หนังต้องเลื่อนการเปิดกล้องออกไป จากเดิมที่ต้องถ่ายทำในเดือนกรกฎาคมปี 2017 เป็นเดือนสิงหาคมแทน เพราะยังไม่สามารถหานักแสดงที่เหมาะสมได้ ซึ่งดิสนีย์เองระมัดระวังตัวอย่างมากในการคัดเลือกนักแสดงเรื่องนี้ เพราะบทเรียนจาก Prince of Persia ที่ตัดสินใจใช้นักแสดงฮอลลีวู้ดรับบทนำ แม้ว่าตัวละครในเรื่องจริงๆ ต้องเป็นนักแสดงจากชาติตะวันออกก็ตาม ความผิดพลาดในคราวนั้น ทำให้ดิสนีย์ประกาศให้ทั้ง Aladdin และหนัง Mulan ที่กำลังถ่ายทำเป็นเรื่องถัดไปนั้น ใช้นักแสดงที่มีสัญชาติใกล้เคียงกับตัวละครในเรื่องมากที่สุด

 

          หลังจากใช้เวลาคัดเลือกนักแสดงอย่างยาวนาน มาราธอนถึง 4 เดือน ท้ายที่สุดดิสนีย์ก็ประกาศให้ มีนา มาซูด นักแสดงชายวัย 27 ปีคว้าบทอะลาดินไป เอาชนะนักแสดงที่มีชื่อเสียงอย่าง เดฟ พาเทล (จาก Slumdog Millionaire) และริซ อาเมด (จาก Venom) ไปได้สำเร็จ ส่วนนักแสดงหญิงที่มารับบทเจ้าหญิงจัสมินนั้น คือ นาโอมิ สก็อตต์ ที่คอหนังพอจะเห็นผลงานผ่านตาอยู่บ้างใน Power Rangers และในช่วงปลายปีนี้ เธอจะรับบทเป็นหนึ่งในสามนางฟ้าชาร์ลี ในหนัง Charlie's Angels เคียงคู่กับ คริสเต็น สจ๊วร์ต อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตัดสินใจเลือกนักแสดงหน้าใหม่มารับบทนำ เพื่อให้ผู้ชมอินกับบทอะลาดินและจัสมินให้มากที่สุด แต่ก็เกิดข้อกังขาขึ้น ว่าทั้งสองจะทำหน้าที่ได้ดี สามารถไว้วางใจได้หรือไม่ โดยเฉพาะพระเอกที่แบกหนังไว้ค่อนข้างมาก

 

          ปัญหาเรื่องการเชื่อมั่นในนักแสดง ไม่ได้เกิดขึ้นแค่คู่พระนางเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับอีกหนึ่งตัวละครสำคัญ อย่างยักษ์จินนี่ ที่ถือว่าเป็นสีสันสำคัญของหนังอีกด้วย โดยต้นฉบับ นักแสดงตลกระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่าง โรบิน วิลเลี่ยม ทำไว้อย่างดีมาก การคัดเลือกนักแสดงมารับบทนี้ ถือว่าเป็นการวัดรอยเท้าแบบเต็มๆ ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2017 ดิสนีย์ก็ได้ประกาศให้ วิล สมิธ มาคว้าบทนี้ไป หลังจาก วิล สมิธ ปฏิเสธบทนำในหนัง Dumbo หนังรีเมกเรื่องก่อนหน้านี้ของทางค่าย ซึ่งวิลเผยว่า เขาจะใช้การแสดงในแบบที่เขาใช้กับหนังช่วงแรกๆอย่าง Men In Black, Bad Boys มาใช้กับหนังเรื่องนี้ ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ได้มีกระแสต่อต้านอะไรมากนัก จนกระทั่งดิสนีย์ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มออกมา เผยให้เห็น วิล สมิธ ในร่างสีน้ำเงิน รับบทเป็นยักษ์จินนี่ ซึ่งดูประหลาด ขัดหูขัดตาพอสมควร จนคอหนังออกมาวิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่า ในหนังฉบับเต็มจินนี่ จะเป็นแบบนี้ตลอดเลยหรือ ? ซึ่งดิสนีย์ก็ออกมายืนยันว่า เราจะได้เห็น วิล สมิธ ในร่างมนุษย์ปกติด้วยอย่างแน่นอน ทำให้ลดความกังวลไปในระดับหนึ่ง

 

          อีกหนึ่งความกังวลของคอหนัง คือการที่ดิสนีย์ เลือก กาย ริชชี่ มาทำหน้าที่ผู้กำกับในหนังเรื่องนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ผลงานของเขาก่อนหน้านี้ มีทั้งดีทั้งแป้กสลับกันไป ที่รอดคือผลงานแจ้งเกิดจาก Lock, Stock and Two Smoking Barrels และ Snatch รวมถึง Sherlock Holmes ที่ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ แต่หนังหลายเรื่องก็คุณภาพต่ำจนน่ากังวล ทั้ง Swept Away ที่ภรรยาของเขาในยุคนั้นอย่าง มาดอนน่า รับบทนำ และหนังพีเรียดฟอร์มยักษ์อย่าง King Arthur : Legend of the Sword ที่คว่ำแบบกู่ไม่กลับ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าดิสนีย์อยากใช้ทักษะในการทำหนังแนวปล้นจากผลงานยุคแรกๆของ กาย ริชชี่ มาใช้ในหนัง (ซึ่งพระเอกคือ อะลาดิน เป็นหัวขโมยข้างถนนอยู่แล้ว) บวกกับ กาย เองก็เผยว่า เขาอยากจะทำหนังดิสนีย์ดูบ้าง เพื่อลูกๆของเขา โดยคอหนังก็หวังว่า ทำหนังแป้กมาหลายเรื่องแล้ว ขอให้งานชิ้นนี้ของ กาย ริชชี่ ออกมาดีด้วยเถิด

 

ความรู้สึกแรกหลังดู Aladdin

 

          สำหรับ Aladdin เวอร์ชั่นคนแสดงนั้น ยึดโครงเรื่องและตัวละครจากฉบับการ์ตูนปี 1992 มาเป็นหลัก แบบเดียวกับ Beauty and the Beast และ The Lion King หลังจากนี้ ที่เราจะได้เห็นภาพรวมคล้ายคลึงกับเวอร์ชั่นการ์ตูนที่แฟนๆชื่นชอบ แต่ถูกปรุงแต่งเพิ่ม ด้วยองค์ประกอบและสีสันที่แตกต่างไปบ้าง เพื่อให้เข้ากับทั้งยุคสมัย และเข้ากับเวอร์ชั่นใหม่ ที่ใช้คนแสดงเป็นหลัก

 

          โดยเส้นเรื่องหลักของ Aladdin ยังเหมือนเดิม เล่าเรื่องราวตำนานพันหนึ่งราตรีที่เกิดขึ้นในเมืองอัคราบาห์ เล่าถึงอาละดิน ขโมยข้างถนนที่โตมาในฐานะเด็กกำพร้า เขาสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก มีเพียงอาบู ลิงน้อยสมองไว ที่อาศัยอยู่ข้างกายเขา เป็นเหมือนลูกคู่ในการขโมยของ ลักเล็กขโมยน้อย เพื่อประทังชีพ จนกระทั่งเขาได้เจอกับ เจ้าหญิงจัสมิน ที่ปลอมตัวมาเที่ยวเล่นในเมือง หลังจากที่เธอถูกกักขังอยู่ในวังมายาวนาน เธอเปรียบเสมือนไข่ในหินที่สุลต่านไม่ยอมปล่อยออกมาให้เผชิญกับโลกภายนอก ทั้งคู่ได้เจอกันและตกหลุมรักกัน แต่ดูเหมือนความรักครั้งนี้จะเป็นอุปสรรค ด้วยกฏมณเฑียรบาล ที่ไม่อนุญาตให้เจ้าหญิง สมรสกับชายที่ไม่มีฐานะได้ ในขณะเดียวกับเมืองอัคราบาห์ ก็กำลังระส่ำ เพราะ จาฟาร์ มือขวาของสุลต่านกำลังวางแผนยึดอำนาจ เพื่อปกครองเมืองเสียเอง โดยสิ่งที่จาฟาร์มองว่าจะเป็นตัวช่วยเพื่อนำมาซึ่งชัยชนะได้ คือพลังจากตะเกียงวิเศษ ซึ่งอยู่ในถ้ำลึกลับ มีเพียงชายคนที่ใช่เท่านั้น ที่จะสามารถเข้าไปหยิบมาได้ และชายคนที่ว่านี้ก็คือ "อะลาดิน" นั่น และเรื่องราวทั้งหมด ในค่ำคืนแห่งเมืองอัคราบาห์ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

 

          เชื่อว่าคอหนังจำนวนไม่น้อยต่างผิดหวังกับตัวอย่างหนังของ Aladdin ถึงขั้นตอนที่ปล่อยออกมานั้น ทางดิสนีย์รีบเข็นตัวอย่าง Frozen 2 ปล่อยออกมาต่อๆกันเลย เพื่อกลบกระแสด้านลบของหนัง ทำให้หลายคนคิดวิตกไปไกลกว่าหนังฉบับเต็มๆ จะออกมาดูแย่แบบเดียวกันหรือไม่ (ซึ่งคงจะน่าเสียดายเชียว ที่ต้นฉบับทำไว้เสียดิบดี แต่เวอร์ชั่น Live-Action กลับพังทลาย) ซึ่งผลปรากฏว่า หนังเวอร์ชั่นเต็มๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น และห่างไกลจากคำว่า พัง อยู่ไกลโข

 

          เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า Aladdin คือหนังที่สนุก อาจจะขึ้นไปถึงระดับสนุกมากเลยก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะคอหนังจำนวนไม่น้อย เดินเข้าไปในโรง ด้วยความคาดหวังในระดับที่ไม่มากนัก (ก็ตัวอย่างทำผิดหวังเสียขนาดนั้น) กลับกลายเป็นว่า หนังมาพร้อมกับองค์ประกอบต่างๆที่ดีเกินคาดมากๆ ทั้งในเรื่องของ นักแสดง และการเล่าเรื่องในฉากต่างๆ ทั้งฉากแอ็กชั่น ฉากตลกเบาสมอง และฉากเพลง เรียกได้ว่า Aladdin เวอร์ชั่นนี้มีความจัดเต็ม เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์มากๆ หลายฉากถึงขั้นต้องอ้าปากว่า เล่นใหญ่เบอร์นี้เชียวหรือ สมศักดิ์ศรีความเป็น Aladdin อย่างมาก

         

นักแสดงหลักของหนังทั้ง 4 คน

 

          หัวใจหลักของหนัง Aladdin ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือการแสดงของ 4 นักแสดงที่รับบทเป็น 4 ตัวละครหลัก นั่นคือ อะลาดิน, จัสมิน, จาฟาร์ และที่สำคัญที่สุดคือ จินนี่

 

          เริ่มต้นจากอะลาดินก่อน พระเอกในเวอร์ชั่นนี้ซึ่งรับบทโดย มีนา อาซูด ดูเหมือนจะโดนปรามาสไว้มากที่สุด เนื่องด้วยความเป็นพระเอกหน้าใหม่ แทบจะไม่เคยปรากฏตัวในหนังฟอร์มใหญ่มาก่อน แถมรูปร่างภายในยังชวนสาวๆหลายคนขัดใจ ไม่น่าหลงใหลเท่าอะลาดินในฉบับการ์ตูน แต่ปรากฏว่า มีนา คืออะลาดิน ในแบบที่ควรจะเป็น เขาดูเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆ อาศัยอยู่ข้างถนนจริงๆ ดูเป็นไปได้ที่จะมีอาชีพเป็นโจรขโมยของ ในขณะเดียวกัน แววตาของนักแสดงคนนี้ ก็แสดงถึงความจริงใจใสซื่อ ซึ่งมันคือคาแร็คเตอร์ที่ใช่ของ อะลาดิน บวกกับการที่ผู้ชม ไม่เคยดูนักแสดงคนนี้ในบทอื่นมาก่อน ทำให้คนดูสามารถเชื่อได้ว่า เขาคืออะลาดินได้อย่างไม่ยากนัก ไม่เกิน 2 ฉากแรก เราก็จะเริ่มคล้อยตามกับพระเอกในเวอร์ชั่นนี้แล้ว

 

          ส่วนบทบาทของจัสมิน ในเวอร์ชั่นของ นาโอมิ สก็อตต์ นั้น แสดงออกมาได้น่าประทับใจเช่นกัน เธอดึงเอาบุคลิกที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและสตรองกว่าหญิงทั่วไป หยิบมุมนี้ออกมาถ่ายทอดได้ค่อนข้างมาก เป็นเจ้าหญิงที่ทั้งงดงามและทรงอำนาจได้พร้อมๆกัน ทำให้ตัวละครนี้ มีความ Feminism ค่อนข้างสูง และซีนที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับตัวละครนี้ คือซีนที่จัสมินร้องเพลง Speechless ที่ถ่ายทอดพลังเสียงออกมาได้สุดยอด ไม่แพ้กับนักร้องมืออาชีพเลยทีเดียว

 

          อีกหนึ่งตัวละครที่ได้รับคำชมไม่แพ้กันคือ จาฟาร์ ในเวอร์ชั่นของ มาร์วาน เคนซารี ที่เคยร่วมแสดงในหนังดังอย่าง The Mummy, What Happened to Monday และ Murder on the Orient Express ที่ดูเด็กกว่าจาฟาร์เวอร์ชั่นการ์ตูนค่อนข้างมาก ด้วยเสน่ห์และหน้าตาของนักแสดง ทำให้เป็นตัวร้ายที่คนดูทั้งรักทั้งเกลียด แม้ว่าความน่าเกรงขามจะลดน้อยลงจากฉบับการ์ตูน แต่ก็ทำให้ตัวละครนี้ มีมิติมากขึ้น และจับต้องง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย

 

          แต่ที่เซอร์ไพรสสุดคงหนีไม่พ้น วิล สมิธ ในบทบาทของ จินนี่ ที่ต้นฉบับได้นักแสดงตลกระดับตำนานอย่าง โรบิน วิลเลี่ยม ให้เสียงพากย์ไว้อย่างดีเยี่ยม อันที่จริงแล้ว วิล สมิธ แสดงในหนังเรื่องนี้ ก็เหมือน วิล สมิธ ในหนังหลายๆเรื่อง ที่มาในบทตลกกวนๆ อาทิ Men In Black, Bad Boys หรือ Hitch ซึ่งเป็นคาแร็คเตอร์ที่ใช่เลยกับบทจินนี่ มีความโอเว่อร์ มีความกวน และความเกรียนไปพร้อมๆกัน ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าใช่กับตัวละครนี้ และกลายเป็นว่า จินนี่เวอร์ชั่น วิล สมิธ นี่แหละ ที่สร้างเสียงหัวเราะ และสีสันส่วนใหญ่ให้กับหนัง ถ้าขาดหายไป Aladdin เวอร์ชั่นนี้ คงจะกร่อยไม่น้อย ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างเสี่ยงในตอนแรก แต่หลังจากผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ต้องยอมรับว่า เป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่าเสียจริงๆ

 

 

ความเล่นใหญ่ในฉากบู๊ ฉากตลก และฉากเพลง

 

          ความสนุกส่วนใหญ่ของ Aladdin ในฉบับนี้เกิดจากความสนุก ในสามองค์ประกอบของหนัง นั่นก็คือ ฉากบู๊ ฉากตลก และฉากเพลง เริ่มต้นจากฉากบู๊ก่อน ซึ่ง Aladdin มาพร้อมกับฉากไล่ล่าที่สนุกสนาน แบบเดียวกับที่ดิสนีย์เคยใช้ใน Pirates of the Caribbean เป็นฉากแอ็กชั่นที่ใส่อารมณ์ขันไปพร้อมๆกัน ทำให้คนดูสามารถเพลิดเพลินกับฉากเหล่านี้ได้ ทั้งขำและทั้งตื่นเต้นไปด้วย ส่วนฉากตลกนั้น ถูกหยอดไว้อย่างพอเหมาะตลอดทั้งเรื่อง ด้วยเหล่าบรรดาตัวละครแวดล้อม ทั้งจินนี่ ทั้งอาบู ลิงคู่ใจของอะลาดิน หรือแม้แต่ตัวละครสมทบ ทั้งคนรับใช้สาวของจัสมิน ราชา (เสือของจัสมิน) หรือแม้แต่พรมวิเศษ ซึ่งล้วนสร้างสีสันและนำความครื้นเครงมาให้กับหนัง

 

          แต่ที่ถือว่าเป็นไฮไลต์มาตั้งแต่เวอร์ชั่นการ์ตูน จนถึงเวอร์ชั่นนี้ คือฉากเพลงของหนัง ที่ถูกวางไว้ตลอดทั้งเรื่อง ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ทั้งการเรียบเรียงเพลงใหม่ ปรับเปลี่ยนเนื้อ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ก็ยังให้อารมณ์ของเดิมอย่างเต็มเปี่ยม เพิ่มเติมให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น อย่างเพลงที่ร้องโดย ตัวละครจินนี่ ของ วิล สมิธ ก็จะมีกลิ่นอายของฮิปฮอปใส่เข้ามา ซึ่งไม่ได้รู้สึกขัดหูแต่อย่างใด แถมยังเท่ห์ขึ้นด้วย ส่วนฉากที่สำคัญสุด คงหนีไม่พ้นฉากขี่พรมของพระนาง ที่มาพร้อมกับเพลง A Whole New World ยังคงทำได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจเหมือนเดิม ดูแล้วอิ่มเอมยิ่งนัก

 

บทสรุปของหนัง Aladdin ฉบับคนแสดง

 

          อย่างที่กล่าวไป หนังเรื่องนี้ทำออกมาได้อย่างประทับใจเกินคาดเป็นอย่างมาก หนังมาพร้อมกับองค์ประกอบต่างๆที่เล่นใหญ่ ดูเป็นไฮไลต์ไปเสียหมด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเว่อร์เกินไป พอนำมาประกอบกัน กลับลงตัว และสร้างสีสันได้อย่างดีเยี่ยม ถือว่าเป็นการรีเมกจากการ์ตูน แต่ยังยึดถือของเก่า แต่ก็ไม่ลืมที่จะแต่งแต้มสีสันใหม่ลงไป จนลงตัวและเข้ากับยุคใหม่ได้อย่างดี

 

 

เกร็ดอ่านเพลินๆเกี่ยวกับหนัง Aladdin

 

  • มีนา มาซูด นักแสดงที่รับบทเป็นอะลาดิน ในหนังเวอร์ชั่นนี้ เกิดเมื่อปี ค.ศ.1992 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่หนัง Aladdin เวอร์ชั่นการ์ตูนต้นฉบับของดิสนีย์เข้าฉาย

 

  • วิล สมิธ ปฏิเสธบทนำในหนังเรื่อง Dumbo ของดิสนีย์ เพื่อมาเล่นบทจินนี่ ในหนังเรื่อง Aladdin ของดิสนีย์เช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหนังดิสนีย์ นั่นคือ เอ็มม่า วัตสัน ที่เคยปฏิเสธบท ซินเดอเรลล่า ในหนัง Cinderella ของดิสนีย์ เพื่อมาเล่นบท เบลล์ นางเอกของ Beauty and the Beast ในหนังของดิสนีย์เช่นกัน

 

  • กาย ริชชี่ ผู้กำกับของหนัง เดิมทีวางแผนจะถ่ายทำเรื่องนี้ในประเทศโมร็อคโค โดยใช้สถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นเมืองอัคราบาห์ในหนัง แต่ท้ายที่สุดก็ยกเลิกแผนนี้ไป และสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ ในสตูดิโอที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษแทน ซึ่งสามารถควบคุมการถ่ายทำได้ง่ายกว่า ไปใช้สถานที่ซึ่งมีอยู่จริง

 

  • ในเวอร์ชั่นหนังการ์ตูน เมืองอัคราบาห์ จะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำจอร์แดน แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์คนแสดง มีการปรับเปลี่ยน ให้เมืองนี้เป็นเมืองท่า ตั้งอยู่ติดกับทะเล เพื่อความสวยงามที่มากกว่า ในเรื่องของวิวทิวทัศน์

 
***************

 

SO WATCH
BY GOSSIPGUN


 

 

บันเทิง