SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


สัมภาษณ์พิเศษ ทีมนักแสดงนำ Stranger Things

 

         เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รับคำชวนจากทาง Netflix ให้เดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสัมภาษณ์แบบ Exclusive น้องๆนักแสดงนำ จากซีรีส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากทั่วโลก นั่นคือ Stranger Things นั่นเอง โดยซีรีส์เรื่องนี้ แทบจะเป็นซีรีส์แจ้งเกิดให้กับ Netflix เลยก็ว่าได้ ด้วยยอดผู้ชมจำนวนมหาศาลจากทั่วโลก นอกจากนั้น ยังกวาดคะแนนคำวิจารณ์ในแง่บวกไปแบบสูงติดเพดาน มีนักวิจารณ์เทคำชมให้ถึง 96% นอกจากนี้ ยังกวาดรางวัลไปมากถึง 52 สาขา รวมถึงได้เข้าชิงรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับวงการโทรทัศน์ของอเมริกา อย่าง Emmy Awards และ Golden Globe Awards อีกด้วย

 

            หลังจากออกฉายไปแล้ว 2 ซีซั่นด้วยกัน ระยะห่างที่แฟนๆต้องรอ Season 3 ถือว่านานเป็นพิเศษ จากเดิมที่ฉายห่างกันแค่ปีเดียว รอบนี้รอนานถึงปีครึ่ง (เกือบจะ 2 ปีเลยด้วยซ้ำ) ทำให้ความกระหายของแฟนๆ ที่ต่างตั้งตารอคอย Season 3 นั้นเยอะมากเป็นพิเศษ ซึ่งแฟนๆทั่วโลกจะได้ชมพร้อมกันในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตามแบบฉบับของ Netflix คือการปล่อยทั้งซีซั่นให้ได้ดูกันไปเลย ซึ่งในซีซั่นนี้จะมีความยาวทั้งหมด 8 ตอน เชื่อเหลือเกินว่าแฟนๆจำนวนไม่น้อยคงดูจบไม่เกินสุดสัปดาห์นี้ ด้วยวัฒนธรรมแบบ Binge-watch หรือการชมแบบรวดเดียวจบ ซึ่งเป็นสไตล์การดูของแฟนๆ Netflix อยู่แล้ว

 

            สำหรับการไปสัมภาษณ์นักแสดงนำในรอบนี้ ผมได้เจอกับเด็กๆ ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย กาเต็น มาตารัสโซ่ ในบทของดัสติน, คาเล็บ แม็คลาฟลิน ในบทของลูคัส, โนอาห์ ชแนปป์ ในบทของ วิลล์ และหญิงสาวคนเดียว เซดี้ ซิงก์ ในบทของ แม็กซ์ ซึ่งในการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์น้องๆในคราวนี้ ทาง Netflix ก็ใจดี อนุญาตให้ทางเราได้ดู Stranger Things Season 3 จำนวน 4 ตอนแรกก่อน เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้ไปสัมภาษณ์ ดังนั้นคอลัมน์ So Watch ในสัปดาห์นี้ เลยขอนำไฮไลต์จากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้มาเล่าให้ฟังกัน รวมถึงความรู้สึกหลังจากชม 4 ตอนแรกไปแล้ว ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งงานนี้คงเขียนได้ไม่ยาวนัก เพราะซีซั่นนี้ มีอะไรที่ห้ามสปอยล์แบบเยอะมาก (บอกก่อนหมดสนุกแน่นอน !)

ความรู้สึกหลังชม Stranger Things Season 3

 

          Stranger Things เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองสมมุติ ที่ชื่อว่าฮอว์คกิ้น ในบรรยากาศของต้นยุค 80 โดยเล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับเมืองนี้ เริ่มจาก วิลล์ เด็กน้อยนิสัยเก็บตัว ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้แม่ของเขากระวนกระวายออกตามหา (ซึ่งทำให้ วิโนน่า ไรเดอร์ กลับมาดังอีกครั้ง) รวมถึงเพื่อนๆของ วิลล์ ประกอบด้วย ไมค์, ดัสติน และลูคัส ซึ่งได้เจอกับ สาวน้อยปริศนา ที่ถูกเรียกว่า อีเลเว่น ซึ่งเธอมีพลังพิเศษ ที่สามารถช่วยเหลือชาวเมืองได้

 

          โดยเหตุการณ์ใน Season 3 นี้ มีความแตกต่างจากซีซั่นก่อนๆอย่างชัดเจน เริ่มจากการที่ผู้สร้างเลือกจะเล่าเหตุการณ์ในช่วงซัมเมอร์ของปี 1985 ทำให้บรรยากาศโดยรวมในคราวนี้ ดูแปลกตาไปจากภาคก่อนๆ ที่ภาพจะมืดๆ ดูบรรยากาศขมุกขมัวหนาวๆ อาจจะเพราะเป็นช่วงเวลาปลายปี แถมเป็นฮัลโลวีนอีกต่างหาก ดังนั้น การเลือกมาเล่าเรื่องในฤดูร้อน สร้างข้อดีให้กับซีซั่นนี้เป็นอย่างมาก มันดูสดใหม่ ไม่ซ้ำจากสองซีซั่นแรก ผู้ชมจะได้เห็นโลเคชั่นใหม่ๆ อาทิ สระว่ายน้ำ ทำให้เห็นตัวละครในเสื้อผ้าที่ไม่ซ้ำเดิม แม้แต่ จิม ฮอปเปอร์ ที่ปกติเราจะเห็นเขาในมาดขรึม ในเครื่องแบบข้าราชการ แต่ซีซั่นนี้ จิมดูสบายขึ้น ด้วยลุคเสื้อฮาวาย ต่างจากเดิม

 

          อีกหนึ่งโลเคชั่นใหม่ของซีซั่นนี้ ที่เป็นเหมือนหัวใจของซีซั่น 3 คือ สตาร์คอร์ท ห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ ภาพของร้านค้า แหล่งรวมวัยรุ่นแห่งใหม่ ทำให้ภาพของ Stranger Things แปลกตาไปจากเดิม แล้วหนังก็ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ โดยการให้หลากหลายตัวละครเข้ามามีบทบาทในสถานที่แห่งนี้ (อาทิ สตีฟ มาทำให้ที่ร้านขายไอศครีม ทำให้เจอกับตัวละครใหม่คือ โรบิน ซึ่งรับบทโดย มายา ฮอว์ค ลูกสาวของ อีธาน ฮอว์ค และอูม่า เธอร์แมน) แถมในสตาร์คอร์ท ยังมีโรงภาพยนตร์ ยิ่งส่งให้ Stranger Things ดึงวัฒนธรรมป็อปในยุค 80 มาประกอบในซีรีส์แบบเต็มๆ มีหนังดังๆหรือเพลงดังๆจากยุคนั้น ถูกพูดถึงอย่างมากในซีซั่นนี้


 

          จุดที่ทำให้ Stranger Things Season 3 สดใหม่ขึ้นมาก นอกจากบรรยากาศโดยรวมซึ่งเป็นหีบห่อแล้ว คือพัฒนาการของบรรดาตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนิร์ดแก๊ง ที่แต่ละตัวละครเติบโตขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น ไมค์และอีเลเว่น รวมถึง ลูคัสกับแม็กซ์ ที่เป็นแฟนกัน จากเดิมใน Stranger Things เราจะได้เห็นแค่มิตรภาพระหว่างเพื่อน แต่ในซีซั่นใหม่นี้ ปัญหาเกี่ยวกับความรักเริ่มเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็จะน่ารักๆในสไตล์เด็กๆ ที่ไม่เคยมีแฟนกันมาก่อน ก่อให้เกิดเรื่องราวสนุกสนานมากมาย พอเหล่าตัวละครที่เกริ่นไปเริ่มมีแฟน ความเป็นกลุ่มก้อนของเนิร์ดแก๊งก็เริ่มเบาบางลง ดัสตินเองก็ไปสนิทสนมกับรุ่นพี่อย่างสตีฟ ปัญหาหลักจึงเกิดขึ้นกับวิลล์ เด็กเรียบร้อยที่สุดของแก๊ง ที่เจอกับปัญหาโตช้ากว่าคนอื่น ทำให้เป็นปมที่แปลกใหม่ได้ดี และทำให้ Stranger Things ไม่ใช่หนังไซไฟลึกลับเท่านั้น แต่ยังใส่ความเป็น Coming-of-Age มากขึ้นเรื่อยๆ

 

          เท่าที่มีโอกาสได้ชม Season 3 ไปทั้งหมด 4 ตอน พบว่าในซีซั่นนี้ เล่าถึงภัยใหม่ที่เข้ามาคุกคามเมืองได้อย่างน่าสนใจ และชวนติดตามเป็นอย่างมาก แถมยังสะพรึงไม่แพ้ซีซั่นก่อนๆ แต่ไม่สามารถหยิบมาเล่าได้ตรงนี้จริงๆ เพราะจะเป็นการสปอยล์ ดังนั้น แฟนๆที่ดู Stranger Things มาแล้วอาจจะเริ่มเบื่อแล้ว เพราะซีซั่นที่แล้ว ไม่ค่อยต่างจากเดิม อยากให้ลองชมซีซั่นนี้ดู บรรยากาศโดยรวมสดใหม่ แต่ละตัวละครก็มีปมใหม่ๆที่น่าสนใจ ในส่วนของความลึกลับ ของปริศนาประจำซีซั่นก็ยังน่าตื่นเต้น ถือว่าเป็นการทำแต้มที่ดีขึ้นจากซีซั่นที่แล้ว ได้ดีขึ้นมากเลยทีเดียว

 

 

ไฮไลต์ Stranger Things Season 3 จากปากนักแสดง

 

          การสัมภาษณ์นักแสดงระดับโลกในคราวนี้ ผมมีเวลาทั้งหมด 7 นาที ในการเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยกับน้องๆนักแสดงทั้ง 4 คน รอบนี้ก็ขอไปในลุคที่สบายๆจากเดิม ด้วยการใส่เสื้อเชิร์ตลายดอกไปสัมภาษณ์ ให้เข้ากับบรรยกาศซัมเมอร์ปี 1985 ตามธีมของ Stranger Things ในซีซั่นนี้ ซึ่งแน่นอนว่าก็เตะตาน้องๆนักแสดงทั้ง 4 คน จนถึงกับทักขึ้นมาเลยทีเดียวว่าเสื้อสวย (เลยกระซิบบอกไปซักหน่อยว่า ซื้อได้ที่ ZARA เหอะๆ)

 

          การพูดคุยครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น ด้วยการถามถึงพัฒนาการของตัวละครพวกเขาทั้ง 4 ตัว ซึ่งในซีซั่นนี้ ต่างมีเรื่องราวเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน เริ่มจากหญิงสาวคนเดียวอย่าง เซดี้ ซิงก์ เจ้าของบทบาท แม็กซ์ ซึ่งในซีซั่นนี้ ปรากฏว่า แม็กซ์ กลายเป็นเพื่อนซี้คนใหม่ของอีเลเว่น เนื่องจาก อีเลเว่น เริ่มคบหาเป็นแฟนของ ไมค์ และแน่นอนว่า เวลาวัยรุ่นอินเลิฟ มีแฟน ก็เริ่มจะมีปัญหาล้านแปดเข้ามา เธอก็ต้องการคำปรึกษาจากเพื่อน (แน่นอนว่าเมืองฮอว์คกิ้น ไม่มีพี่อ้อยพี่ฉอดให้ปรึกษา) อีเลเว่น จึงหันหน้าเข้ามาหา แม็กซ์ หญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม

 

          เซดี้ เผยถึงการร่วมงานกับ มิลลี่ (มิลลี่ บ็อบบี้ บราวน์ เจ้าของบทอีเลเว่น) เธอเผยว่าในซีซั่นนี้ ฉากส่วนใหญ่ของเธอ คืออยู่กับ มิลลี่ ต่างจากซีซั่นที่แล้ว ที่เธอเจอมิลลี่แค่ซีนเดียว แถมยังเป็นฉากที่เขม่นกันอีก (พูดถึงตรงนี้ ก็ทำให้หนุ่มๆทั้ง 3 ถึงกับขำออกมาเลยทีเดียว ว่าสาวๆไม่ถูกกัน) พอได้มาร่วมงานกันอย่างจริงจังในครั้งนี้ เซดี้บอกว่ามันสนุกมาก ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นมุมของการเป็นเพื่อนสาว ไปเที่ยว ไปแฮงค์เอาท์กัน ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนใน Stranger Things

 

          ในขณะที่ คาเล็บ แม็คลาฟลิน เจ้าของบทบทลูคัส ซึ่งในเรื่องเป็นแฟนกับแม็กซ์ ตัวละครของเซดี้ เขาเผยว่า ซีซั่นนี้ เขาเป็นเหมือนอาจารย์ของไมค์ (รับบทโดย ฟินน์ วูลฟ์ฮาร์ด ที่ติดภารกิจ ไม่ได้มาร่วมสัมภาษณ์ในคราวนี้) ไมค์กำลังเริ่มคบหากับอีเลเว่น นอกจากมุมอินเลิฟแล้ว ทั้งคู่ก็มีปัญหาประปรายตามประสาวัยรุ่นทั่วไป ซึ่งลูคัส เป็นสมาชิกคนแรกของแก๊งที่มีแฟน ไมค์จึงหันมาขอคำปรึกษาจากเขา โดยคาเล็บเผยว่า ตัวละครของเขาจึงได้ทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม รวมถึงซีนน่ารักๆระหว่างเขากับเซดี้ (ลูคัสและแม็กซ์เป็นแฟนกัน) ซึ่งในซีซั่นที่แล้ว อาจจะไม่ค่อยมี ในซีซั่นนี้จะเริ่มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอนถ่ายทำเขาเองก็ไม่ได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของพวกเขา แต่พอตัดต่อออกมาดูแล้ว พบว่ามันน่ารักมากๆเลย

 

          อีกหนึ่งหนุ่มสมาชิกของเนิร์ดแก๊งอย่าง กาเต็น มาตารัสโซ่ ในบทของดัสติน ตัวละครที่อาจจะเนิร์ดสุดในกลุ่ม แต่ก็เป็นที่รักของแฟนๆอย่างมาก ซึ่งจากตัวอย่างดูเหมือนว่าซีซั่นนี้ ดัสติน จะมีภารกิจใหม่ ผมจึงแอบถามถึงภารกิจที่ว่านี้ ว่าคืออะไร ผลปรากฏว่า มันเป็นความลับแบบลับมาก จนกระทั่งกาเต็น ยังไม่สามารถเผยได้เลย แต่เขาเสริมว่า มันอัดแน่นด้วยฉากแอ็กชัน มันเซอร์ไพรสมากๆด้วย และมันนำไปสู่การโจมตีครั้งใหม่ ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งมันเจ๋งเอามากๆเลย ซึ่งหลังจากที่ผมได้ดู 4 ตอนแรกไปแล้ว ก็พบว่า มันพูดไม่ได้จริงๆ เกริ่นแค่นิดเดียวก็เสียอรรถรสแล้ว เอาเป็นว่าแฟนๆต้องไปติดตามภารกิจใหม่ของ ดัสตินเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นพร้อมกับ สตีฟ เพื่อนรุ่นพี่ที่ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

          มาถึงสมาชิกคนสุดท้ายของทีม ที่มีร่วมสัมภาษณ์กันในคราวนี้ คือน้องโนอาห์ ชแนปป์ เจ้าของบทวิลล์ ซึ่งดูเหมือนจะเผชิญกับปัญหามาโดยตลอด ในซีซั่นแรกเขาก็โดนจับตัวไป ส่วนในซีซั่นนี้ แม้จะกลับมาอยู่กับเพื่อนๆแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสมาชิกของแก๊ง จะเริ่มมีอย่างอื่นที่แปลกใหม่ให้พวกเขาสนใจมากกว่า ทั้งไมค์และลูคัสก็มีแฟน แถมดัสตินก็มีซี้ใหม่และภารกิจให้เขาจดจ่อ ซึ่งโนอาห์เผยถึงคาแร็คเตอร์ของวิลล์ว่า เขาเป็นเด็กที่ยังไม่พร้อมจะเติบโต เขาติดอยู่ในโลก The Upside Down ในช่วงเวลาที่เพื่อนคนอื่นๆกำลังเติบโต แต่สำหรับวิลล์ เขาเพิ่งกลับมาเจอเพื่อน เหมือนเขาโตช้ากว่าคนอื่น เขาแค่อยากจะใช้ชีวิตแบบเดิมก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เขาอยากจะเป็นแค่เด็กธรรมดาๆ และเขาก็ยึดติดแบบนั้น

         

          สำหรับไฮไลต์ของ Stranger Things ในซีซั่นนี้คือการที่เปลี่ยนบรรยากาศมาเล่าเรื่องในช่วงฤดูร้อน ซึ่งดูเหมือนว่าทีมนักแสดงก็จะเอ็นจอยกับสิ่งนี้ไม่แพ้กัน ผมเลยขอถามน้องๆทุกว่า ชื่นชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับซัมเมอร์ เริ่มจากคาเล็บที่เผยว่า ชอบอากาศร้อน เพราะเขาสามารถใส่กางเกงขาสั้นได้ ออกไปเล่นนอกบ้าน เล่นบาสเก็ตบอล ได้สนุกกับเพื่อนๆ โรงเรียนปิดเทอม ส่วนโนอาห์นั้นชอบซัมเมอร์เพราะ พวกเขาได้ไปว่ายน้ำ ไปเล่นสไลเดอร์ ในขณะที่กาเต็นบอกว่า บ้านที่เขาอยู่นั้นติดกับชายหาด ดังนั้นทุกคนเลยไปเล่นน้ำทะเล สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง บางสัปดาห์ก็ไปทุกวันเลย แล้วแต่ว่าเราสนุกขนาดไหน ซึ่งดูเหมือนว่าเพื่อนๆทีมนักแสดง จะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า กาเต็นมีบ้านติดทะเล ถึงกับถามขึ้นมากลางวงทันทีว่าอยู่ที่ไหน ปิดท้ายด้วยสาวสวยคนเดียวคือ เซดี้ ที่เผยว่าเพื่อนๆของเธอทุกคนปิดเทอม เลยได้ออกไปนอกบ้านกับเพื่อนๆ และได้ไปท่องเที่ยวด้วย

 

          คุยไปคุยมาแป้ปเดียวก็หมดเวลาเสียแล้ว เลยให้น้องๆได้ฝากถึงซีซั่นนี้ ซึ่งคาเล็บของเป็นตัวแทนเพื่อนๆ บอกว่า "เพื่อนๆที่ประเทศไทยครับ อย่าพลาดดูซีซั่น 3 กันแบบยาวๆนะครับ มันเป็นซีซั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ดูรวดเดียวจบได้ง่ายมากๆ มันสนุกมาก ผมนี่ดูไป 50 รอบเลย" เรียกเสียงฮากันไป (ดูอะไรตั้ง 50 รอบ)

 

          สำหรับ Stranger Things Season 3 ปล่อยให้ได้ชมกันแล้วทั้งซีซั่นใน Netflix รวมไปถึงสองซีซั่นแรกก็ปล่อยให้ได้ชมกันในแบบเสียงไทยแล้วด้วย ใครที่ยังไม่เคยดูตั้งแต่แรก ก็ถือโอกาสช่วงสุดสัปดาห์นี้ จัดไปยาวๆได้เลย รับประกันความสนุก สำหรับคลิปสัมภาษณ์แบบเต็มๆ สามารถรับชมได้แล้วใน YouTube ของ GMM25 นะครับ


***************

SO WATCH

BY GOSSIPGUN

บันเทิง